ประวัติวัด

wattaphan

ประวัติ วัดทัศนารุณสุนทริการาม (วัดตะพาน)

วัดทัศนารุณสุนทริการาม ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองสามเสน ตำบลมักกะสัน อำเภอดุสิต (เขตราชเทวีปัจจุบัน) จังหวัดพระนคร สร้างขึ้นเมื่อใดนั้น ยังไม่พบเอกสารที่บันทึกไว้ชัดเจน พิเคราะห์จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในละแวกนี้ และประมาณจากอายุของต้นโพธิ์ที่นิยมปลูกไว้ประจำวัด ซึ่งมีอายุราว ๑๕๐ ปีมาแล้ว (เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙) ทำให้คาดคะเนได้ว่า น่าจะสร้างขึ้นราวปลายสมัยกรุงธนบุรี หรือต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (เทียบเคียงลักษณะของอุโบสถหลังเก่ากับอุโบสถของวัดที่สร้างในสมัยกรุงธนบุรี มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก) และน่าจะสร้างในสมัยเดียวกับวัดป่า (อยู่บริเวณ รพ.พระมงกุฏฯ ปัจจุบันถูกยุบไปแล้ว) วัดไพรงาม (วัดจอมสุดาราม) วัดใหม่สุคันธาราม วัดโบสถ์สามเสน วัดแหลม (วัดเบญจมบพิตรฯปัจจุบัน) วัดดุสิต (อยู่ในบริเวณสวนจิตรดา ถูกยุบไปแล้ว) และวัดมะกอก (วัดอภัยทายารามปัจจุบัน)

เขตพื้นที่และอุปจาร

วัดทัศนารุณสุนทริการาม มีเขตพื้นที่ทั้งสิ้น ๑๑ ไร่ ๒ งาน ๑๖ ตารางวา (นับรวมบริเวณที่เป็นเขตบ้านเช่า ๓ ไร่ ๓ งานเข้าด้วย) โดยมีขอบเขตด้านทิศเหนือติดคลองสามเสน ด้านทิศใต้ติดโรงเรียนวัดทัศนารุณสุนทริการาม ด้านทิศตะวันออกติดถนน (ซอยวัดตะพาน) ด้านทิศตะวันตกติดโรงแรมเซนจูรี่ ปาร์ค

ชื่อ “วัดตะพาน” มีที่มาจาก

๑. ตาผ่าน ซึ่งเล่าสืบกันมาว่า เป็นผู้บริจาคทรัพย์สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น จึงตั้งชื่อวัดเพื่อเป็นบุญญานุสรณ์แก่ผู้สร้าง ว่า “วัดตาผ่าน” ต่อมาได้เรียกกันเลือนไปว่า “วัดตะพาน”

๒. เป็นเส้นทางผ่านของโขลงช้างที่นำเข้าไปใช้งานในเมือง (ชุมนุมช้างน่าจะอยู่บริเวณสถานีทับช้างปัจจุบัน) และได้เคยขุดพบกระดูกช้างในบริเวณวัดด้วยแห่งนี้ด้วย

๓. บริเวณหน้าวัดมีสะพานข้ามคลองสามเสน จึงเรียกชื่อตามนิมิตที่มีอยู่ว่า “วัดสะพาน” แต่คนสมัยนั้นอาจเรียกเลือนเสียงไปว่า “วัดตะพาน”

ส่วนชื่อ “วัดทัศนารุณสุนทริการาม” นั้นมีที่มาจากคฤหปตานีผู้หนึ่ง คือ หม่อมหรุ่น เป็นผู้ศรัทธาได้บริจาคทรัพย์เป็นจำนวนมากเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์อุโบสถ วิหาร เสนาสนะสงฆ์ พร้อมทั้งได้ถวายสวน (อยู่ในท้องที่แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ) เนื้อที่ ๖๕ ไร่ ๒๔ ตารางวา ให้เป็นที่ธรณีสงฆ์สำหรับเก็บผลประโยชน์มาทำนุบำรุงวัดได้ ท่านเจ้าคุณพระธรรมปาโมกข์ (ถม) วัดมกุฏกษัตริยาราม ซึ่งเป็นญาติกับหม่อมหรุ่น เห็นว่าหม่อมหรุ่นได้ทำคุณประโยชน์ต่อวัดตะพานเป็นอันมาก เพื่อเป็นบุญญานุสรณ์แก่หม่อมหรุ่น อีกทั้งคำว่า “วัดตะพาน” นั้น ไม่มีความไพเราะ จึงได้ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “วัดทัศนารุณสุนทริการาม”