หนังสือสวดมนต์ปีใหม่วัดตะพาน

หนังสือสวดมนต์ข้ามปี

สวดตามกำหนดการโดยประมาณ คลิกดาวน์โหลดได้ที่ลิ้งค์ข้างล่าง

26176758_10214792233658460_221358341_n

%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c

ช่วงที่ ๑     ธัมมจักกัปปะวัตตะนะสูตร – มหาสมัยสูตร (๑๙.๐๐ – ๒๑.๔๕ น.)

  • บูชาพระรัตนตรัย
  • อาราธนาศีล/สมาทานศีล
  • อาราธนาธรรมจักร
  • ชุมนุมเทวดา
  • ปุพพะภาคะนะมะการะคาถา
  • สะระณะคะมะนะปาฐะ
  • นะมะการะสิทธิคาถา
  • นะโมอัฏฐะการะคาถา
  • ขัดธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสูตร
  • ธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสูตร
  • มหาสมัยสูตร
  • โส สา เต อัตถะลัทธา ต่อด้วย ภะวะตุ สัพพฯ
  • บรรยายธรรมตามสมควรแก่ธรรม

 

ช่วงที่ ๒    เจริญพระพุทธมนต์ ๑๒ ตำนาน (พระปริตร) (๒๑.๔๕ – ๒๓.๐๐ น.)

  • บูชาพระรัตนตรัย
  • อาราธนาศีล/สมาทานศีล (สำหรับผู้พึ่งมา)
  • อาราธนาพระปริตร
  • ชุมนุมเทวดา
  • ปุพพะภาคะนะมะการะคาถา
  • สะระณะคะมะนะปาฐะ
  • นะมะการะสิทธิคาถา
  • สัมพุทเธ
  • นะโมอัฏฐะการะคาถา
  • ขัดต้นตำนาน (มังคะละสูตร)
  • มังคะละสูตร (๑)
  • ระตะนะสูตร (๒)
  • กะระณียะเมตตะสูตร (๓)
  • ขันธะปริตตะสูตร (๔)
  • ฉันทันตะปริตตะสูตร (๕)
  • โมระปริตตะสูตร (๖)
  • วัฏฏะกะปริตตะสูตร (๗)
  • ธะชัคคะปริตตะสูตร (๘)
  • อาฏานาฏิยะปริตตะสูตร (๙)
  • อังคุลิมาละสูตร (๑๐)
  • โพชฌังคะปริตตะสูตร (๑๑)
  • อะภะยะปริตตะสูตร (๑๒)
  • คาถาโพธิบาท
  • คาถามงคลจักรวาฬ ๘ ทิศ
  • คาถาสวดไหว์บารมี ๓๐ ทัศ
  • มงคลจักรวาฬใหญ่
  • บรรยายธรรมตามสมควรแก่ธรรม

 

ช่วงที่ ๓    ถวายพรพระ (๒๓.๓๐ – ๒๔.๐๐ น.)

  • บูชาพระรัตนตรัย
  • อาราธนาศีล/สมาทานศีล (สำหรับผู้พึ่งมา)
  • ปุพพะภาคะนะมะการะ
  • พุทธานุสติ – ธัมมานุสติ – สังฆานุสติ
  • พุทธชัยมงคลคาถา
  • เทวะตาอุยโยชะนะคาถา
  • ชัยปริตตะคาถา
  • ภะวะตุ สัพพฯ

%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c

%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b5-19-12-59

หนังสือสวดมนต์ข้ามปีวัดทัศนารุณสุนทริการาม ๒๕๖๐-๖๑

ปรมราชินีนาถาภิถุติปสิทธิวรทานคาถา

1-9-1024x576

ปรมราชินีนาถาภิถุติปสิทธิวรทานคาถา

ปะระมะราชินีนาถา                   สิริกิตติ มะหายะสา

ปุญญาธิการะสัมปันนา                       ทัยยานัง สิริวัฑฒะกา

ธัมมิกา ธิติสัมปันนา                         สัพพะทา ทีฆะทัสสินี

สัมพุทธะสาสะเนเยวะ                         วิปปะสันเนนะ เจตะสา

สัมพุทธะมามะกา อัคคา                      ภิยโย ตัง อุปะถัมภะติ

ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกเข                    ภะยัปปัตเต จะ นิพภะเย

สัพพะทัยเยปิ กาเรติ                          มะหาการุญญะเจตะสา

เมตโตทะเกนะ โตเสติ                         ฆัมเม เทโววะ เมทะนิง

ยัตถะ อัจโจทะกัง โหติ                       ตัง กาเรติ สะโมทะกัง

ยัตถะ อัปโปทะกัง โหติ                       ตัง กาเรติ ปะโหนะกัง

ยัง ยัง ภะชะติ ภูมินทา                       ตัง ตัง สุขัง ปะกุพพะเต

เย อุปายา กะตา โหนติ                       ภาสิตา จาปิ จินติตา

สัพเพ เต รัฏฐะวาสีนัง                        สุขัตถายะ ปะวัตตะเร

สัมมาอาชีวะเมเตสัง                          วิเนติ อุปะถัมภะติ

ภิยโย ผาสุวิหารายะ                          ธะนาคะมังนุพรูหิตุง

สิปปะอาชีวะเวมัชฌัง                         กาเรติ อะนุกัมปะกา

ตัสมา สัมภาวิตา โหติ                        ปะชายะ มาตุฐานิยา

สัพพะทัยยา อิมาคัมมะ               สันติมัคคานุสาสะกัง

เอกะจิตตา สะมัคคา จะ                       รัฏฐัง วัฑเฒนติ สัพพะโส

รัฏฐัสสะ เอกะรัชชัญจะ                       ธัมมะนุญญัญจะ รักขะเร

ปะระมะราชินีทานิ                    ปัญจาสีติสะมายุกา

อีทิเส มังคะเล กาเล                          เทมัสสา วะระมังคะลัง

ระตะนัตตะยานุภาเวนะ                        ระตะนัตตะยะเตชะสา

ปะระมะราชินี เสฏฐา                          ทัยยิกานัง มะหาคุณา

ทีฆายุกา อะโรคา จะ                          นิททุกเข อะกุโตภะยา

วัณณูเปตา พะลูเปตา                        สุขิตา โหตุ สัพพะทา

อันตะรายูปะสัคคา จะ                        วินัสสันตุ จุปัททะวา

จินติตา สัพพะจินตาปิ                        ปะริปูเรตุ สัพพะโส

จิรัง รัชเช ปะติฏฐาตุ                         ปะติฏฐา ทัยยะวาสินัง

เต ปุตตะธีตุนัตตาโร                  ญาติสาโลหิตา จิเม

ทัยยิกา จะ มะหามัจจา                       สุขิตา โหนตุ สัพพะทา

ทัยยะชาติ วิโรเจตุ                            สัพพะสัมปัตติสิทธิยา

อิทธิง ปัปโปตุ เวปุลลัง                      วิรุฬหิง จุตตะริง สะทา

จิรัง โลเก ปะติฏฐาตุ                         สัมมาสัมพุทธะสาสะนันติฯ

บท ปรมราชินีนาถาภิถุติปสิทธิวรทานคาถา เป็นคาถาที่มหาเถรสมาคมแต่งถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงสถิตในพระราชสถานะ “แม่ของแผ่นดิน” ทรงเป็นศูนย์รวมน้ำใจภักดิ์ ทำให้เกิดความกลมเกลียวพร้อมเพรียงนำพาประเทศไทยให้วิวัฒนา ดำรงเอกราช อภิบาลรักษาประเทศชาติให้ยั่งยืนสถาวร ด้วยเดชานุภาพแห่งพระรัตนตรัย ขอทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงปราศจากโรคันตราย นิราศร้างห่างภัยพิบัติอุปัทวทุกข์ ทรงเจริญพระพรรณ สุข พล ทุกประการ เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญอันมั่นคงในดวงใจไทย ไปตราบกาลนาน


money-vert

คำแปลคาถาถวายพระพรชัยมงคล

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

 

สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเจริญพระราชอิสริยยศยิ่ง ทรงถึงพร้อมด้วยพระบุญญาธิการ และทรงรุ่งเรืองด้วยพระราชสิริ เป็นมิ่งขวัญ ของปวงประชา มีพระราชญาณทัศนะอันกว้างไกล และมั่นคงในธรรม มีพระราชศรัทธาเลื่อมใสและได้ทรงทำนุบำรุง พระบวรพุทธศาสนาด้วยดีเสมอมา โดยฐานะแห่งพุทธมามกะแลศาสนูปถัมภิกาอันเลิศ ทรงปัดเป่าทุกข์ภัยที่บังเกิดแก่ชาวไทย ให้ดับสูญไปได้ด้วยดี ทรงประคับประคองผู้ที่ประสบภัยพิบัติ ให้ประสบสวัสดิ์สร่างพ้นจากทุกขภาวะด้วยอำนาจแห่ง พระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาธรรมประดุจสายฝนฉ่ำอันค้ำจุนเมทนีดลให้แช่มชื่นได้ แม้ในฤดูแล้งอันแห้งผาก ยังพสกนิกรเป็นอันมาก ให้รื่นเริงยินดี ทรงบันดาลดุลยภาพให้บังเกิดมีแก่แหล่งน้ำลำธาร พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานใดๆ ความสุข สำราญก็บังเกิดได้ ณ สถานนั้นๆ ด้วยบรรดาโครงการอันเนื่องแต่พระราชเสวนีย์ และพระราชดำริ ที่ล้วนเป็น เพื่อความ ผาสุกร่มเย็นแห่งมหาชน ทรงแนะแนวทางการประกอบสัมมาชีพ พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงเป็น ผู้พระราชทานกำเนิดกิจการศิลปาชีพ เพื่อเพิ่มพูนธนสารสมบัติ เสริมสร้างความอยู่ดีกินดี เหตุฉะนี้ จึงทรงสถิตใน พระราชสถานะ “แม่ของแผ่นดิน

สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐพระองค์นั้น ทรงเป็นศูนย์รวมน้ำใจภักดิ์ ในสมาน สมัครเป็นหนึ่งเดียว ยังให้เกิดความกลมเกลียวพร้อมเพรียงกันนำพาประเทศไทยให้วิวัฒนา สามารถดำรงเอกราช นิติธรรม และแบบแผนประเพณีอันเหมาะควรแก่การอภิบาลรักษาประเทศชาติ ให้ยั่งยืนสถาวร

บัดนี้ บรรลุมหามงคลกาลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ปวงอาตมภาพ ขอถวายพระพรแด่สมเด็จ พระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณพ้นที่พรรณนา แก่มหาชนชาวไทย ด้วยเดชานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัย ขอให้ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงปราศจากโรคันตรายนิราศร้างห่างภัยพิบัติ- อุปัทวทุกข์ ทรงเจริญพระพรรณ สุข พล ทุกประการ มีพระราชปณิธานปรารถนาในการใด ขอจงสัมฤทธิ์ได้ สมพระราชประสงค์ เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญอันมั่นคงในดวงใจไทย ไปตราบกาลนาน

อนึ่ง ขอพระบรมราชวงศประยูร ทรงบริบูรณ์ด้วยพระชนมสุขสิริโสตถิ์ ขอความผาสุกรุ่งโรจน์ จงบังเกิด มีแก่สมณพราหมณาจารย์มุขอำมาตย์ราชมนตรี และประชาชนทั้งปวง ขอประเทศชาติจงมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ด้วยความสำเร็จแห่งสมบัติทั้งปวง และถึงซึ่งความเจริญงอกงามไพบูลย์ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ตลอดกาลทุกเมื่อ ขอพระพุทธศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงจีรังสถิตประดิษฐาน ดำรงมั่นบนโลกนี้ สิ้นกาลนานเทอญฯ

ขอถวายพระพร

คณะสงฆ์วัดทัศนารุณสุนทริการาม (วัดตะพาน) กรุงเทพมหานคร

คาถาถวายพระพรในหลวง

001

มหาวชิราลังกรณาภิถุติปสิทธิวรทานคาถา

         มะหาวะชิราลังกะระโณ            สะยามานัง ธัมมะขัตติโย

มะหาปุญโญ มะหาปัญโญ                   มะหาเตโช มะหายะโส

สัมพุทธะมามะโก อัคโค                     ชินะจักกุปะถัมภะโก

สะวีริโย สะมุสสาโห                          ทีฆะทัสสี วิจักขะโณ

สะยามะวาสีนะมัตถายะ                     หิตายะ จะ สุขายะ จะ

สัพพะกิจจานิ กาเรติ                          มะหาการุณิโก วะโร

สัพเพสัง ทุกขะฆาตา จะ                    สัพพัตถะ สุขะทายะโก

ตัสสะมา นะริสสะโร เสฏโฐ                 สะยามิกานัง มะโนหะโร

สักกะโต มานิโต โหติ                         ปูชิโต วะระขัตติโย

ระตะนัตตะยานุภาเวนะ                     ระตะนัตตะยะเตชะสา

มะหาวะชิราลังกะระโณ                     สะหะ สัพเพหิ ญาติภิ

ทีฆายุโก สุขี โหตุ                             มะหัพพะโล มะหิทธิโก

นิททุกโข จะ อะโรโค จะ                    อะเวโร โหตุ นิพภะโย

อันตะรายูปะสัคคา จะ                       สัตตุอีติอุปัททะวา

มา กะทาจิ สัมผุสิงสุ                          สะยามะรัฏฐัง จะ ภูปะติง

ปัปโปตุ สัพพะโสตถิญจะ                   สัพพัญจะ ชะยะมังคะลัง

อิจฉิตัง ปัตถิตัง สัพพัง                       ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ

จิรัง รัชเช ปะติฏฐาตุ                         สะทา ภัททรา ปัสสะตุ

สะยามะรัฏฐัง วิโรเจตุ                        สัพพะสัมปัตติสิทธิยา

อิทธิง ปัปโปตุ เวปุลลัง                      วิรุฬหิง จุตตะริง สะทา

จิรัง โลเก ปะติฏฐาตุ                         สัมมาสัมพุทธะสาสะนันติฯ

พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม)

เจ้าอาวาสวัดสามพระยา

กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

ผู้รจนาบทมหาวชิราลังกรณาภิถุติปสิทธิวรทานคาถา

 

คำแปล คาถาถวายราชสดุดีและถวายพระพรชัยมงคล

แด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเป็นพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย ผู้เปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงพระบุญญาธิการ และพระปรีชาสามารถ มีพระมหาเดชานุภาพ และพระขัตติยราชอิสรยยศไพศาล ทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภก มีพระคุณสมบัติในการประกอบพระราชกรณียกิจ กล่าวคือ พระอุตสาหวิริยภาพ พระราชญาณทัศนะกว้างไกล พระปรีชาญาณ และพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อประโยชน์สุขเกื้อกูลแก่มหาชนชาวไทย ทรงบำบัดทุกข์ บันดาลสุขแก่ประชาราษฎรโดยทั่ว ปรารภเหตุฉะนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย ทรงเป็นที่เทิดทูนบูชาด้วยน้ำใจสวามิภักดิ์จงรัก โดยประชาชนว่า “ทรงเป็น มหากษัตริย์ผู้ประเสริฐ”

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระรัตนตรัย ขอสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระชนมสุขสิริสวัสดิ์ ทรงพระเจริญจรัสด้วยพระพลานามัย ทรงพระราชศักดานุภาพไพศาล ขอพระมหากษัตริย์และสยามรัฐสีมามณฑล จงนิราศร้างห่างไกลทุกข์ โศก โรค เวรภัย อุปัทวันตราย ราชศัตรู ความจัญไร และเครื่องกางกั้นความเจริญสุขทั้งปวง ในกาลทุกเมื่อ ขอพระองค์ทรงประสบสรรพพรชัยอันไพบูลย์ ขอพระราชประสงค์จงสัมฤทธิ์โดยพลัน ขอจงทรงสถิตในราไชศวรรยาธิปัตย์ เป็นรัชสมัยแห่งความรุ่งโรจน์ตลอดกาล

ขอราชอาณาจักรสยาม จงสมบูรณ์ด้วยสมบัติทั้งปวง บรรลุถึงความเจริญงอกงาม ไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นไป และขอพระบวรพุทธศาสนาจงดำรงยั่งจิรัฐฐิติ อยู่คู่โลกตลอดไป เทอญฯ

ขอถวายพระพร

คณะสงฆ์ อุบาสก-อุบาสิกา วัดทัศนารุณสุนทริการาม

สามเณรสิกขา

%e0%b9%80%e0%b8%93%e0%b8%a359

สามเณรสิกขา

            คือสิกขาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้ดีแล้วแก่เหล่าสามเณรทั้งหลาย และเป็นสิกขาอันสามเณรทั้งหลายไม่พึงก้าวล่วง หากก้าวล่วงย่อมถึงโทษมีประการต่างๆ ดังที่กล่าวไว้ในบทสวดแล้ว

 

บทขัดที่ ๑

สัมพุทโธ โลเก อุปปันโน มะหาการุณิโก มุนิ

ธัมมะจักกัง ปะวัตเตตวา โลเก อัปปะฏิวัตติยัง

โลกัสสะ สังคะหัง กาตุง จะริตวา โลกะจาริกัง

ติวิธัง โลเก สัทธัมมัง สัมมะเทวะ ปะวัตติยัง

อะนุปุพเพนะ สาวัตถิง ปัตวา เชตะวะเน วะสัง

สามะเณรานัง นิสสายะ จิตตัง กะถานุสิกขิตุง

อะนุญญาสิ ทะสะ สิกขา สามะเณเรหิ สิกขิตุง

สามะเณรานัง ทะสังคัง สิกขาปะทัง ภะณามะ เสฯ

 

(คำแปล)

            พระสัมพุทธเจ้า ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ผู้รู้ เสด็จอุบัติในโลกแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักรที่ใครๆ ให้เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปในโลกแล้ว เสด็จเที่ยวไปสู่โลกจาริก เพื่อทำการสงเคราะห์แก่สัตว์โลก ทรงประกาศพระสัทธรรม ๓ อย่าง ในโลกโดยชอบนั่นแล เสด็จถึงเมืองสาวัตถี โดยลำดับ เสด็จประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงอาศัยความคิดของพวกสามเณร เพื่อศึกษาตามถ้อยคำทั้งหลาย จึงทรงอนุญาตสิกขา ๑๐ ข้อ เพื่อให้สามเณรทั้งหลายได้ศึกษา ขอพวกเราจงสวดองค์แห่งสิกขาบททั้ง ๑๐ ประการสำหรับสามเณรทั้งหลายกันซิ

 

บทสวดที่ ๑

(สิกขาบท ๑๐)

(นำ) หันทะ มะยัง สามะเณระสิกขาปะทานิ ภะณามะ เสฯ

(รับ) อะนุญญาสิ โข ภะคะวา, สามะเณรานัง ทะสะ สิกขาปะทานิ, เตสุ จะ สามะเณเรหิ สิกขิตุง, ปาณาติปาตา เวระมะณี, อะทินนาทานา เวระมะณี, อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี, มุสาวาทา เวระมะณี, สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี, วิกาละโภชะนา เวระมะณี, นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนาเวระมะณี, มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี, อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี, ชาตะรูปะระชะตะปะฏิคคะหะณา เวระมะณีติฯ

 

(คำแปล)

พระผู้มีพระภาค ได้ทรงอนุญาตสิกขาบท ๑๐ แก่สามเณรทั้งหลาย และเพื่อให้สามเณรทั้งหลาย ศึกษาในสิกขาบท ๑๐ เหล่านั้น คือ เว้นจากฆ่าสัตว์มีชีวิต ๑ เว้นจากลักสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ๑ เว้นจากเมถุนธรรม ๑ เว้นจากกล่าวปด ๑ เว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทเพราะดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัย ๑ เว้นจากบริโภคอาหารในวิกาลคือตั้งแต่เที่ยงแล้วไป ๑ เว้นจากฟ้อนรำขับร้องประโคมดนตรีและการดู ซึ่งเป็นข้าศึกต่อกุศล ๑ เว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด คือทรงไว้และประดับตกแต่งร่างกาย ด้วยดอกไม้และของหอมและเครื่องทา ๑ เว้นจากที่นอนสูงและที่นอนใหญ่ ๑ เว้นจากรับทองและเงิน ๑

 

บทขัดที่ ๒

เตนะ โข ปะนะ สะมะเยนะ สักยะปุตโต ปะนันทะสะ

สามะเณโร กัณฏะโก นามะ กัณฏะกิง ภิกขุณิง ทุสิ

ญัตวา ตะมัตถัง ภะคะวา ภิกขูนัญเญวะ สันติกา

อะนุญญาสิ โข นาเสตุง สามะเณรัง ทะสังคิกัง

สามะเณรานัง นาสะนะ การะณังคัง ภะณามะ เสฯ

 

(คำแปล)

ก็สมัยนั้นแล สามเณรชื่อว่า กัณฏกะ ของพระอุปนันทะศากยบุตร ประทุษร้ายนางกัณฏะกีภิกษุณีแล้ว พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้น จากสำนักของพวกภิกษุทีเดียว แล้วจึงทรงอนุญาตเพื่อให้นาสนะสามเณรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ ประการ ขอพวกเราจงสวดองค์อันเป็นเหตุแห่งการนาสนะสามเณรทั้งหลายกันซิฯ

 

บทสวดที่ ๒

(นาสะนังคะ ๑๐)

อะนุญญาสิ โข ภะคะวา, ทะสะหิ อังเคหิ สะมันนาคะตัง, สามะเณรัง นาเสตุง, กะตะเมหิ, ทะสะหิ, ปาณาติปาตี โหติ, อะทินนาทายี โหติ, อะพรัหมะจารี โหติ, มุสาวาที โหติ, มัชชะปายี โหติ, พุทธัสสะ อะวัณณัง ภาสะติ, ธัมมัสสะ อะวัณณัง ภาสะติ, สังฆัสสะ อะวัณณัง ภาสะติ, มิจฉาทิฏฐิโก โหติ, ภิกขุนีทูสะโก โหติ, อะนุญญาสิ โข ภะคะวา, อิเมหิ ทะสะหิ อังเคหิ สะมันนาคะตัง สามะเณรัง นาเสตุนติฯ

 

(คำแปล)

พระผู้มีพระภาค ได้ทรงอนุญาตให้สามเณรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ ให้ฉิบหายเสีย องค์ ๑๐ เป็นไฉน คือสามเณรเป็นผู้ฆ่าสัตว์มีชีวิต ๑ เป็นผู้ลักสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ ๑ เป็นผู้เสพเมถุน ๑ เป็นผู้กล่าวปด ๑ เป็นผู้ดื่มน้ำเมา ๑ ติเตียนพระพุทธเจ้า ๑ ติเตียนพระธรรม ๑ ติเตียนพระสงฆ์ ๑ เป็นผู้มีความเห็นผิด ๑ เป็นผู้ประทุษร้ายนางภิกษุณี ๑ พระผู้มีพระภาคได้ทรงอนุญาต ให้สามเณรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ เหล่านี้ให้ฉิบหายเสียฯ

 

บทขัดที่ ๓

เตนะ โข ปะนะ สะมะเยนะ สามะเณรา อะคาระวา

ภิกขูสุ อัปปะติสสา เจวะ อะสะภาคะวุตติกา

ญัตวา ตะมัตถัง ภะคะวา ภิกขูนัญเญวะ สันติกา

อะนุญญาสิ ทัณฑะกัมมัง กาตุง ปัญจังคิกัสสะ จะ

สามะเณรานัง ทัณฑะกัมมะ การะณังคัง ภะณามะ เสฯ

 

(คำแปล)

ก็สมัยนั้นแล พวกสามเณรเป็นผู้ไม่เคารพ ไม่ยำเกรง และมีความประพฤติไม่ถูกกันในภิกษุทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้น จากสำนักพวกภิกษุนั่นเอง จึงทรงอนุญาตเพื่อให้กระทำทัณฑกรรมแก่สามเณรผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ประการ ขอพวกเราจงสวด องค์อันเป็นเหตุแห่งทัณฑกรรม สำหรับสามเณรทั้งหลายกันซิฯ

 

บทสวดที่ ๓

(ทัณฑกรรม ๕)

อะนุญญาสิ โข ภะคะวา, ปัญจะหิ อังเคหิ สะมันนาคะตัสสะ สามะเณรัสสะ ทัณฑะกัมมัง กาตุง, กะตะเมหิ, ปัญจะหิ, ภิกขูนัง อะลาภายะ ปะริสักกะติ, ภิกขูนัง อะนัตถายะ ปะริสักกะติ, ภิกขูนัง อะนาวาสายะ ปะริสักกะติ, ภิกขู อักโกสะติ ปะริภาสะติ, ภิกขู ภิกขูหิ เภเทติ, อะนุญญาสิ โข ภะคะวา, อิเมหิ ปัญจะหิ อังเคหิ สะมันนาคะตัสสะ สามะเณรัสสะ ทัณฑะกัมมัง กาตุนติฯ

 

(คำแปล)

พระผู้มีพระภาค ได้ทรงอนุญาต เพื่อจะทำทัณฑกรรมแก่สามเณรผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ องค์ ๕ เป็นไฉน คือสามเณรพากเพียรจะให้ภิกษุทั้งหลายเสื่อมลาภ ไม่ให้ได้ลาภ ๑ พากเพียรเพื่อกรรมใช่ประโยชน์แห่งภิกษุทั้งหลาย ๑ พากเพียรเพื่อจะอยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย ๑ ค่าตัดพ้อภิกษุทั้งหลาย ๑ ให้ภิกษุทั้งหลายแตกร้าวจากภิกษุทั้งหลาย ๑ พระผู้มีพระภาคได้ทรงอนุญาต เพื่อจะทำทัณฑกรรมแก่สามเณรผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้ฯ

ทำวัตรเย็น

14360342_10210225615855869_91223785_o

ทำวัตรสวดมนต์ตอนเย็น

(ตามระเบียบปฏิบัติทำวัตรสวดมนต์ฉบับวัดตะพาน)

 

(เมื่อประธานหรือเถระในสงฆ์จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พึงนั่งคุกเข่าประนมมือพร้อมกัน แล้วหัวหน้านำสวด พึงว่าตามทีละตอน)

 

คำบูชาพระรัตนตรัย

โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ,

สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม,

สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง,

อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ,

สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ,

ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา,

อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ,

อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ ฯ

 

คำนมัสการพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา          พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม                ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ            สังฆัง นะมามิ (กราบ)

 

พุทธานุสสติ

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัญเจวะ พุทธานุสสะตินะยัญจะ กะโรมะ เส ฯ (บางแห่งนำว่า : ยะมัมหะ โข มะยัง ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา, อะระหันตัง สัมมาสัมพุทธัง ยัง ภะคะวันตัง อุททิสสะ ปัพพะชิตา, ยัสมิง ภะคะวะติ พรัหมะจะริยัง จะรามะ, ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง, ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ สักกาเรหิ อะภิปูชะยิตวา อะภิวาทะนัง กะริมหา, หันทะทานิ มะยัง ตัง ภะคะวันตัง วาจายะ อะภิคายิตุง ปุพพะภาคะนะมะการัญเจวะ พุทธานุสสะตินะยัญจะ กะโรมะเส ฯ)

(รับ)    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต, อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชา จะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู, อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ ฯ

 

พุทธาภิคีติ

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส ฯ

(รับ)    พุทธะวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต

สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต

โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร

วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง

พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง           สะระณัง เขมะมุตตะมัง

ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง            วันทามิ ตัง สิเรนะหัง

พุทธัสสาหัสมิ ทาโส วะ           พุทโธ เม สามิกิสสะโร

พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ        วิธาตา จะ หิตัสสะ เม

พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง

วันทันโตหัง จะริสสามิ             พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง           พุทโธ เม สะระณัง วะรัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ               วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน

พุทธัง เม วันทะมาเนนะ            ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ

สัพเพปิ อันตะรายา เม              มาเหสุง ตัสสะ เตชะสาฯ

(กราบหมอบศรีษะลงอยู่กับพื้นพร้อมกับกล่าวว่า)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา

พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง

พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธฯ (แล้วพึงนั่งคุกเข่า)

 

ธัมมานุสสติ

(นำ) หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะ เสฯ

(รับ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ

 

ธัมมาภิคีติ

(นำ) หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะ เส ฯ

(รับ)    ส๎วากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย

โย มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท

ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี

วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง

ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง            สะระณัง เขมะมุตตะมัง

ทุติยานุสสะติฏฐานัง                วันทามิ ตัง สิเรนะหัง

ธัมมัสสาหัสมิ ทาโส วะ            ธัมโม เม สามิกิสสะโร

ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ         วิธาตา จะ หิตัสสะ เม

ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ              สะรีรัญชีวิตัญจิทัง

วันทันโตหัง จะริสสามิ             ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง           ธัมโม เม สะระณัง วะรัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ               วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน

ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ            ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ

สัพเพปิ อันตะรายา เม              มาเหสุง ตัสสะ เตชะสาฯ

(กราบหมอบศรีษะลงอยู่กับพื้นพร้อมกับกล่าวว่า)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา

ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง

ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะ ยันตัง

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเมฯ (แล้วพึงนั่งคุกเข่า)

 

สังฆานุสสติ

(นำ) หันทะ มะยัง สังฆานุสสะตินะยัง กะโรมะ เสฯ

(รับ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติฯ

 

สังฆาภิคีติ

(นำ) หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เสฯ

(รับ)    สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต

โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ

สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต

วันทามะหัง ตะมะริยานะ คะณัง สุสุทธัง

สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง           สะระณัง เขมะมุตตะมัง

ตะติยานุสสะติฏฐานัง              วันทามิ ตัง สิเรนะหัง

สังฆัสสาหัสมิ ทาโส วะ           สังโฆ เม สามิกิสสะโร

สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ         วิธาตา จะ หิตัสสะ เม

สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ              สะรีรัญชีวิตัญจิทัง

วันทันโตหัง จะริสสามิ             สังฆัสโสปะฏิปันนะตัง

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง           สังโฆ เม สะระณัง วะรัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ               วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน

สังฆัง เม วันทะมาเนนะ            ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ

สัพเพปิ อันตะรายา เม              มาเหสุง ตัสสะ เตชะสาฯ

(กราบหมอบศรีษะลงอยู่กับพื้นพร้อมกับกล่าวว่า)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา

สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง

สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ ฯ (แล้วพึงนั่งพับเพียบ)

 

            ลำดับจากนี้ไป ภิกษุรูปหนึ่งจะขัดบทชุมนุมเทวดา (ขัดสัคเค) ภายหลังจากนี้ หัวหน้านำสวด จะพาสวดเจริญพระพุทธมนต์มีพระปริตรและพระสูตรต่างๆ เป็นต้น ตามระเบียบพิธีปฏิบัติทำวัตรเย็นของคณะสงฆ์วัดตะพาน ซึ่งต้องสลับสับเปลี่ยนกันไปทั้งสิ้น ๑๑ วัน แล้วจึงวนกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ครั้นเรียบร้อยแล้ว จึงย้อนกลับมาสวดต่อด้วยบทต่อไปนี้

 

กะระณียะเมตตะสุตตัง (ย่อ)

เมตตัญจะ สัพพะ โลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติฯ

 

ขันธะปะริตตะคาถา (ย่อ)

อัปปะมาโณ พุทโธ อัปปะมาโณ ธัมโม อัปปะมาโณ สังโฆ ปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิ อะหิ วิจฉิกา สะตะปะที อุณณานาภี สะระพู มูสิกา กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตา ปะฏิกกะมันตุ ภูตานิ โสหัง นะโม ภะคะวะโต นะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานังฯ

 

โมระปะริตตัง (เฉพาะส่วนตอนเย็น)

อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติฯ

 

อะตีตะปัจจะเวกขะณะวิธี (บทพิจารณาปัจจัย ๔)

            (นำ) หันทะ มะยัง อะตีตะปัจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เสฯ

(รับ) อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิตวา ยัง จีวะรัง ปะริภุตตัง, ตัง ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, อุณหัสสะ ปะฏิฆาตายะ, ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ, ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฏิจฉาทะนัตถัง ฯ

อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิตวา โย ปิณฑะปาโต ปะริภุตโต, โส เนวะทวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ, ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา ยาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจะริยานุคคะหายะ, อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ, ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ ฯ

อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิตวา ยัง เสนาสะนัง ปะริภุตตัง, ตัง ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, อุณหัสสะ ปะฏิฆาตายะ, ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ, ยาวะเทวะ อุตุปะริสสะยะวิโนทะนัง ปะฏิสัลลานารามัตถัง ฯ

อัชชะ มะยา อะปัจจะเวกขิตวา โย คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขาโร ปะริภุตโต, โส ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง เวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ, อัพยาปัชฌะปะระมะตายาติ ฯ

 

เทวธรรม

            หิริโอตตัปปะสัมปันนา สุกกะธัมมะสะมาหิตา

สันโต สัปปุริสา โลเก               เทวะธัมมาติ วุจจะเรฯ

 

คำนมัสการพระธาตุ

วันทามิ เจติยัง สัพพัง                สัพพัฏฐาเน สุปะติฏฐิตัง

สารีริกะธาตุ มะหาโพธิง           พุทธะรูปัง สะกะลัง สะทาฯ

วันทามิ พุทธัง ภะวะปาระติณณัง

ติโลกะเกตุง ติภะเวกะนาถัง

โย โลกะเสฏโฐ สะกะลัง กิเลสัง

เฉตตะวานะ โพเธสิ ชะนัง อะนันตังฯ

ยัง นัมมะทายะ นะทิยา ปุลิเน จะ ตีเร

ยัง สัจจะพันธะคิริเก สุมะนาจะลัคเค

ยัง ตัตถะ โยนะกะปุเร มุนิโน จะ ปาทัง

ตัง ปาทะลัญชะนะมะหัง สิระสา นะมามิฯ

สุวัณณะมาลิเก สุวัณณะปัพพะเต

สุมะนะกูเฏ โยนะกะปุเร นัมมะทายะ นะทิยา

ปัญจะปาทะวะรัง ฐานัง อะหัง วันทามิ ทูระโตฯ

อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง

นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยัง ยัง

ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง

ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโยฯ

อามันตะยามิ โว ภิกขะเว ปะฏิเวทะยามิ โว ภิกขะเว ขะยะวะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถาติฯ

 

กรวดน้ำอิมินา

(นำ) หันทะ มะยัง อุททิสะนาธิฏฐานะคาถาโย ภะณามะ เสฯ

(รับ)                 อิมินา ปุญญะกัมเมนะ   อุปัชฌายา คุณุตตะรา

อาจาริยูปะการา จะ                   มาตาปิตา จะ ญาตะกา (ปิยา มะมัง)

สุริโย จันทิมา ราชา                   คุณะวันตา นะราปิ จะ

พรัหมะมารา จะ อินทา จะ(ตุ)   โลกะปาลา จะ เทวะตา

ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ          มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ

สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ             ปุญญานิ ปะกะตานิ เม

สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ                 ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตังฯ

อิมินา ปุญญะกัมเมนะ   อิมินา อุททิเสนะ จะ

ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ               ตัณหุปาทานะเฉทะนัง

เย สันตาเน หินา ธัมมา             ยาวะ นิพพานะโต มะมัง

นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ            ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว

อุชุจิตตัง สะติปัญญา                 สัลเลโข วีริยัมหินา

มารา ละภันตุ โนกาสัง กาตุญจะ วีริเยสุ เม

พุทโธ ทีปะวะโร นาโถ             ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม

นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ            สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง

เตโสตตะมานุภาเวนะ               มาโรกาสัง ละภันตุ มาฯ

 

ลำดับจากนี้พึงนั่งสมาธิเจริญกรรมฐานมีสมถภาวนาเป็นต้น ให้พอควรแก่เวลา และโอกาส แล้วพึงแผ่เมตตาจิตแก่สัพพสัตว์ทั้งหลาย ให้เป็นอัปปะมัญญาภาวนา อย่างนี้เป็นต้นว่า

 

คำแผ่เมตตา

สัพเพ สัตตา     สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น

อะเวรา             จงเป็นสุข ๆ เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

สัพเพ สัตตา     สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น

อัพยาปัชฌา      จงเป็นสุข ๆ เถิด อย่าได้มีความเจ็บไข้ลำบากกายลำบากใจเลย

สัพเพ สัตตา     สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น

อะนีฆา            จงเป็นสุข ๆ เถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สัพเพ สัตตา     สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

 

จบทำวัตรเย็น

ทำวัตรพระ

%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94

ทำวัตรพระ

(บทสวดทำวัตรพระนี้ คณะสงฆ์วัดตะพานจะสวดเมื่อพระเถระรูปอื่น เว้นเจ้าอาวาส นำสวดทำวัตรเย็น หรือสวดทำวัตรเย็นย่อเมื่อมีเวลาน้อยนัก ไม่อาจจะสวดบททำวัตรเย็น เต็มได้)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

โย สันนิสินโน วะระโพธิมูเล มารัง สะเสนัง สุชิตัง วิเชยยะ สัมโพธิมาคัจฉิ อะนันตะญาโณ โลกุตตะโม ตัง ปะณะมามิ พุทธัง เย จะ พุทธา อะตีตา จะ เย จะ พุทธา อะนาคะตา ปัจจุปปันนา จะ เย พุทธา อะหัง วันทามิ สัพพะทา

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

พุทธัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง อุตตะมังเคนะ วันเทหัง ปาทะปังสุง วะรุตตะมัง พุทเธ โย ขะลิโต โทโส พุทโธ ขะมะตุ ตัง มะมังฯ (กราบ ๑ หน)

อัฏฐังคิโก อะริยะปะโถ ชะนานัง โมกขัปปะเวสายะ อุชู จะ มัคโค ธัมโม อะยัง สันติกะโร ปะณีโต นิยยานิโก ตัง ปะณะมามิ ธัมมัง เย จะ ธัมมา อะตีตา จะเย จะ ธัมมา อะนาคะตา ปัจจุปปันนา จะ เย ธัมมา อะหัง วันทามิ สัพพะทา

ส์วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ ธัมมัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง อุตตะมังเคนะ วันเทหัง ธัมมัญจะ ทุวิธัง วะรัง ธัมเม โย ขะลิโต โทโส ธัมโม ขะมะตุ ตัง มะมังฯ  (กราบ ๑ หน)

สังโฆ วิสุทโธ วะระทักขิเณยโย สันตินท์ริโย สัพพะมะลัปปะหิโน คุเณหิ เนเกหิ สะมิทธิปัตโต อะนาสะโว ตัง ปะณะมามิ สังฆัง เย จะ สังฆา อะตีตา จะ เย จะ สังฆา อะนาคะตา ปัจจุปปันนา จะ เย สังฆา อะหัง วันทามิ สัพพะทา

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

สังฆัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง อุตตะมังเคนะ วันเทหัง สังฆัญจะ ทุวิธุตตะมัง สังเฆ โย ขะลิโต โทโล สังโฆ ขะมะตุ ตัง มะมัง อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยัง ยัง ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโยฯ (กราบ ๑ หน)

จบทำวัตรพระ

ทำวัตรเช้า

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c

ทำวัตรเช้า

เมื่อเถระในสงฆ์จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ทั้งนั้นพึงนั่งคุกเข่าประนมมือ แล้วกราบพระ ๓ ครั้ง แล้วหัวหน้าพึงนำสวดดังต่อไปนี้ (วัดตะพานเริ่มต้นที่คำนมัสการพระรัตนตรัย)

 

คำบูชาพระรัตนตรัย

โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ,

สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม,

สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง,

อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ,

สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ,

ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา,

อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ,

อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ ฯ

 

คำนมัสการพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา             พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม                   ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ     สังฆัง นะมามิ (กราบ)

 

ปุพพะภาคะนะมะการะ

(นำ)     หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส ฯ

(รับ)     นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

 

พุทธาภิถุติ

(นำ) หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เส ฯ

(รับ) โย โส ตะถาคะโต อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู, อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวา, โย อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง สะพรัหมะกัง, สัสสะมะณะ พราหมะณิง ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยัง อะภิญญา สัจฉิกัตวา ปะเวเทสิ, โย ธัมมัง เทเสสิ อาทิกัลยาณัง มัชเฌกัลยาณัง ปะริโยสานะกัลยาณัง, สาตถัง สะพยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณัง ปะริสุทธัง พรัหมะจะริยัง ปะกาเสสิ, ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ ตะมะหัง ภะคะวันตัง สิระสา นะมามิ ฯ (กราบน้อมระลึกถึงพระพุทธคุณ)

ธัมมาภิถุติ

(นำ) หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะ เส ฯ

(รับ) โย โส สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ, ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ ฯ (กราบน้อมระลึกถึงพระธรรมคุณ)

 

สังฆาภิถุติ

(นำ) หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส ฯ

(รับ) โย โส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ ฯ ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ ฯ (กราบน้อมระลึกถึงพระสังฆคุณ แล้วนั่งพับเพียบ)

 

ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถา

(นำ) หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย เจวะ สังเวคะปะริกิตตะนะ ปาฐัญจะ ภะณามะ เสฯ (ถ้าจะสวดครึ่งเดียว คือลงแค่ ปะภาวะสิทธิยา ไม่ต่อ อิธะตะถาคะโต ก็นำเพียงครึ่งเดียวว่า หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย ภะณามะ เสฯ)

(รับ)     พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว,

โยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน,

โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก,

วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,

ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน,

โย มัคคะปากามะตะเภทะภินนะโก,

โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะทีปะโน,

วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,

สังโฆ สุเขตตาภยะติเขตตะสัญญิโต,

โย ทิฏฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก,

โลลัปปะหีโน อะริโย สุเมธะโส,

วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,

อิจเจวะเมกันตะภิปูชะเนยยะกัง,

วัตถุตตะยัง วันทะยะตาภิสังขะตัง,

ปุญญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุปัททะวา,

มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะสิทธิยา ฯ

(ถ้ามีเวลาพอ ให้สวด สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐะ ต่อไป)

 

สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐะ

อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปันโน อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก สัมโพธะคามี สุคะตัปปะเวทิโต, มะยันตัง ธัมมัง สุตวา เอวัง ชานามะ ชาติปิ ทุกขา ชะราปิ ทุกขา มะระณัมปิ ทุกขัง, โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา, อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข, ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง, สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา, เสยยะถีทัง, รูปูปาทานักขันโธ, เวทะนูปาทานักขันโธ, สัญญูปาทานักขันโธ, สังขารูปาทานักขันโธ, วิญญาณูปาทานักขันโธ, เยสัง ปะริญญายะ, ธะระมาโน โส ภะคะวา, เอวัง พะหุลัง สาวะเก วิเนติ, เอวัง ภาคา จะ ปะนัสสะ ภะคะวะโต สาวะเกสุ อะนุสาสะนี, พะหุลา ปะวัตตะติ, รูปัง อะนิจจัง, เวทะนา อะนิจจา, สัญญา อะนิจจา, สังขารา อะนิจจา, วิญญาณัง อะนิจจัง, รูปัง อะนัตตา, เวทะนา อะนัตตา, สัญญา อะนัตตา, สังขารา อะนัตตา, วิญญาณัง อะนัตตา สัพเพ สังขารา อะนิจจา, สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ, เต มะยัง (ท่านหญิงว่า ตา มะยัง) โอติณณามะหะ ชาติยา ชะรามะระเณนะ, โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ อุปายาเสหิ, ทุกโขติณณา ทุกขะปะเรตา, อัปเปวะนามิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยา ปัญญาเยถาติ,

จิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง อุททิสสะ อะระหันตัง สัมมาสัมพุทธัง, สัทธา อะคารัสมา อะนะคาริยัง ปัพพะชิตา, ตัสมิง ภะคะวะติ พรัหมะจะริยัง จะรามะ, ภิกขูนัง สิกขาสาชีวะสะมาปันนา, ตัง โน พรัหมะจะริยัง อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุฯ

(สามเณรพึงตัดคำว่า ภิกขูนัง สิกขาสาชีวะสะมาปันนา ออกเสีย ส่วนคฤหัสถ์ พึงสวดแทนด้วยบทว่า)

จิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ ตัสสะ ภะคะวะโต สาสะนัง ยะถาสะติ ยะถาพะลัง มะนะสิกะโรมะ อะนุปะฏิปัชชามะ สา สา โน ปะฏิปัตติ อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุฯ (อนึ่ง ถ้าสตรีสวด เต มะยัง นั้น ให้เปลี่ยนเป็น ตา มะยัง)

 

ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะวิธี (พิจารณาปัจจัย ๔)

(นำ) หันทะ มะยัง ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เส ฯ

(รับ) ปะฏิสังขา โยนิโส จีวะรัง ปะฏิเสวามิ, ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, อุณหัสสะ ปะฏิฆาตายะ, ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ, ยาวะเทวะ หิริโกปินะ ปะฏิจฉาทะนัตถัง ฯ

ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ, เนวะ ทะวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ, ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา ยาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พรัหมะจะริยานุคคะหายะ, อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ, ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ ฯ

ปะฏิสังขา โยนิโส เสนาสะนัง ปะฏิเสวามิ, ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, อุณหัสสะ ปะฏิฆาตายะ, ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ, ยาวะเทวะ อุตุปะริสสะยะวิโนทะนัง ปะฏิสัลลานารามัตถัง ฯ

ปะฏิสังขา โยนิโส คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขารัง ปะฏิเสวามิ, ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง เวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ อัพยาปัชฌะปะระมะตายาติ ฯ

 

อะภิณหะปัจจะเวกขะณะ

            ชะราธัมโมมหิ ชะรัง อะนะตีโต, พะยาธิธัมโมมหิ พะยาธิง อะนะตีโต, มะระณะธัมโมมหิ มะระณัง อะนะตีโต, สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว, กัมมัสสะโกมหิ, กัมมะทายาโท, กัมมะโยนิ, กัมมะพันธุ, กัมมะปะฏิสะระโณ, ยัง กัมมัง กะริสสามิ กัลละยาณัง วา ปาปะกัง วา, ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิฯ

 

บังสุกุลเป็น

            อะจิรัง วะตะยัง กาโย, ปะฐะวิง อะธิเสสสะติ, ฉุฑโฑ อะเปตะวิญญาโณ, นิรัตถังวะ กะลิงคะรังฯ

 

ปัตติทานะคาถา

(นำ) หันทะ มะยัง ปัตติทานะ คาถาโย ภะณามะ เส ฯ

(รับ)     ยา เทวะตา สันติ วิหาระวาสินี,

ถูเป ฆะเร โพธิฆะเร ตะหิง ตะหิง,

ตา ธัมมะทาเนนะ ภะวันตุ ปูชิตา,

โสตถิง กะโรนเตธะ วิหาระมัณฑะเล,

เถรา จะ มัชฌา นะวะกา จะ ภิกขะโว,

สารามิกา ทานะปะตี อุปาสะกา,

คามา จะ เทสา นิคะมา จะ อิสสะรา,

สัปปาณะภูตา สุขิตา ภะวันตุ เต,

ชะลาพุชา เยปิ จะ อัณฑะสัมภะวา,

สังเสทะชาตา อะถะโวปะปาติกา,

นิยยานิกัง ธัมมะวะรัง ปะฏิจจะ เต,

สัพเพปิ ทุกขัสสะ กะโรนตุ สังขะยัง ฯ

ฐาตุ จิรัง สะตัง ธัมโม                  ธัมมัทธะรา จะ ปุคคะลา,

สังโฆ โหตุ สะมัคโค วะ               อัตถายะ จะ หิตายะ จะ,

อัมเห รักขะตุ สัทธัมโม                สัพเพปิ ธัมมะจาริโน,

วุฑฒิง สัมปาปุเณยยามะ              ธัมเม อะริยัปปะเวทิเต ฯ (บางแห่งสวดแต่เพียงเท่านี้)

ปะสันนา โหนตุ สัพเพปิ               ปาณิโน พุทธะสาสะเน,

สัมมา ธารัง ปะเวจฉันโต                         กาเล เทโว ปะวัสสะตุ,

วุฑฒิภาวายะ สัตตานัง                สะมิทธัง เนตุ เมทะนิง,

มาตา ปิตา จะ อัตระชัง                นิจจัง รักขันติ ปุตตะกัง,

เอวัง ธัมเมนะ ราชาโน                 ปะชัง รักขันตุ สัพพะทา ฯ)

 

(เมื่อสวดบทปัตติทานะคาถาจบแล้ว พึงนั่งสงบแผ่กุศลให้แก่เหล่าอารักขเทวดาทั้งหลาย มีเทวดาผู้รักษาอาราม ภุมมเทวดา และรุกขเทวดาเป็นต้น ลำดับนั้นพึงแผ่แก่สัพพสัตว์ทั้งหลายโดยเป็นอัปปมัญญา คือหาประมาณมิได้ เสร็จแล้วนั่งคุกเข่ากราบพระรัตนตรัย ๓ หน เป็นอันเสร็จพิธีทำวัตรเช้า)

 

จบทำวัตรเช้าวัดตะพาน