การเช่าที่ดินของวัด

การเช่าที่ดินของวัด

การจัดการศาสนสมบัติของวัด

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๑)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ การได้ทรัพย์สินมาเป็นศาสนสมบัติของวัด ให้ลงทะเบียนทรัพย์สินของวัดไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อต้องจำหน่ายทรัพย์สิน นั้นไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้จำหน่ายออกจากทะเบียนนั้น โดยระบุเหตุแห่งการ จำหน่ายไว้ด้วย

การได้มาซึ่งที่ดินหรือสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดิน เมื่อได้จดทะเบียนการได้มาตามกฎหมายแล้ว สำหรับ วัดในเขตจังหวัดพระนคร และจังหวัดธนบุรี ให้ส่งหลักฐานการได้ไปเก็บรักษาไว้ที่กรมการศาสนา สำหรับ วัดในเขตจังหวัดอื่น ให้ส่งไปเก็บรักษาไว้ ณ ที่ทำการศึกษาธิการจังหวัดนั้น

ข้อ ๒ การกันที่ดินซึ่งเป็นที่วัดให้เป็นที่จัดประโยชน์ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อกรมการศาสนาเห็นชอบ และได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคม

ข้อ ๓ การให้เช่าที่ดินหรืออาคาร ให้เจ้าอาวาสจัดให้ไวยาวัจกร หรือผู้จัดประโยชน์ของวัด ซึ่ง เจ้าอาวาสแต่งตั้ง ทำทะเบียนทรัพย์สินที่จัดประโยชน์ ทะเบียนผู้เช่าหรือผู้อาศัยไว้ให้ถูกต้อง และให้เก็บ รักษาทะเบียนและหนังสือ สัญญาเช่าไว้เป็นหลักฐานที่วัดหรือจะฝากกรมการศาสนาให้เก็บรักษาไว้ก็ได้

ข้อ ๔ การให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนาหรือที่วัดที่กันไว้เป็นที่จัดประโยชน์ ที่มีกำหนดระยะเวลาการ เช่าเกินสามปี จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากกรมการศาสนา

ข้อ ๕ การเก็บรักษาเงินของวัดในส่วนที่เกินสามพันบาทขึ้นไปให้เก็บรักษาโดยฝากการ การศาสนา จังหวัด อำเภอ หรือธนาคาร หรือนิติบุคคลที่กรมการศาสนาให้ความเห็นชอบทั้งนี้ให้ฝากในนามของวัด การดูแล รักษาและจัดการเงินการกุศลที่มีผู้บริจาค ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้บริจาค

ข้อ ๖ ให้เจ้าอาวาสจัดให้ไวยาวัจกรหรือผู้จัดประโยชน์ของวัดซึ่งเจ้าอาวาสแต่งตั้ง ทำบัญชีรับจ่าย เงินของวัด และเมื่อสิ้นปีปฏิทินให้ทำบัญชีเงินรับจ่ายและคงเหลือทั้งนี้ให้เจ้าอาวาส ตรวจตราดูแลให้เป็นไป โดยเรียบร้อยและถูกต้อง

ข้อ ๗ ในกรณีที่วัด เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร หรือผู้จัดประโยชน์ของวัดถูกฟ้อง หรือถูกหมายเรียก เข้าเป็นโจทย์ร่วมหรือ จำเลยร่วมในเรื่องที่เกี่ยวกับการดูแลรักษา และจัดการศาสนสมบัติของวัด ให้ เจ้าอาวาสแจ้งต่อกรมการศาสนาหรือศึกษาธิการจังหวัด ที่วัดตั้งอยู่ทราบไม่ช้ากว่าห้าวันนับแต่วันรับหมาย

ข้อ ๘ ให้กรมการศาสนากำหนดแบบทะเบียน บัญชี แบบสัญญา และแบบพิมพ์อื่นๆ และให้คำ แนะนำการปฏิบัติแก่วัดเกี่ยวกับ การดูแลรักษา และจัดการศาสนสมบัติของวัด ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎ กระทรวงนี้

 

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๑

หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

การจัดการศาสนสมบัติของวัด

 

———————————————————

การเช่าที่ดินของวัด

 

วัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการทั่วไป

ที่ดินของวัด มี ๓ ประเภท คือ

๑. ที่วัด   คือ ที่ตั้งวัดตลอดเขตของวัด

๒. ที่ธรณีสงฆ์   คือ ที่ซึ่งเป็นสมบัติของวัด

๓. ที่กัลปนา   คือ ที่ซึ่งมีผู้อุทิศแต่ผลประโยชน์ให้วัด

การดูแลจัดการศาสนสมบัติของวัดเป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาส ซึ่งต้องจัดให้เป็นไปตามวิธีการที่ กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความใน พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕

สรุป

๑. ที่ตั้งวัด ถ้ามีการกันเขตเพื่อจัดประโยชน์ ทำได้หลังจากได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคม

๒. การให้เช่าที่ดิน อาคาร ต้องทำทะเบียนไว้ให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน

๓. การให้เช่าที่ตั้งวัดที่กันไว้เป็นที่จัดประโยชน์ ที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา มีกำหนดเกิน ๓ ปี จะทำได้ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

คำชี้แจงเพิ่มเติมและรายละเอียดอื่นๆ

๑. ให้เช่าปีต่อปี หรือไม่เกิน ๓ ปี วัดทำสัญญาเช่าได้ โดยให้ไวยาวัจกรที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในสัญญา

๒. ให้เช่าเกิน ๓ ปี รายงานขอความเห็นชอบจาก สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อได้รับ ความเห็นชอบแล้วจึงทำสัญญาเช่าได้

๓. ให้เช่าเพื่อการพาณิชย์ ไม่ว่ากี่ปี ต้องรายงานของความเห็นชอบก่อน

๔. ให้เช่าที่ตั้งวัด ต้องขออนุมัติมหาเถรสมาคมก่อน โดยส่งแผนผังบริเวณที่จะขอกันไว้ ขัดประโยชน์ไปอนุมัติ

๕. สัญญาเช่าให้ทำตามแบบที่ สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติกำหนด

๖. ราคาค่าเช่า ให้คิดตามราคาที่ สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดไว้เป็นอย่างต่ำ หากตกลงราคาไว้สูงกว่าที่กำหนด ให้ถือเอาราคาที่ได้ตกลงกันไว้

 

เช่าอยู่อาศัย

สัญญารายปี       ในเขตเทศบาล ไม่ต่ำกว่าตารางวาละ ๑ บาทต่อเดือน

นอกเขตเทศบาล ไม่ต่ำกว่าตารางวาละ ๕๐ สตางค์ต่อเดือน

 

ในการทำสัญญาครั้งต่อไป หากเช่าเกิน ๑๐๐ ตารางวา ให้เพิ่มอีก ๕๐ % ของค่าเช่า ๑๐๐ ตารางวาแรก

ค่าบำรุง            ค่าเช่าตารางวาละ ๕๐ สตางค์ คิดตารางวาละ ๓๐ บาท

ค่าเช่าตารางวาละ ๑ บาท คิดตารางวาละ ๔๐ บาท

สัญญานานปี คิดจากราคาจากทำเลที่ตั้งและราคาประเมิน ส่วนค่าบำรุงคิด ๑๐ % ของราคา ประเมิน

เช่าปลูกอาคารพาณิชย์แสวงหาประโยชน์ คิดราคาจากทำเลที่ตั้งและราคาประเมิน / ค่าบำรุง คิด ๒๐ % ของราคาประเมิน / ปรับราคาทุก ๕ ปี

เช่าทำสวน ไร่ละไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ บาท ปลูกพืชที่เก็บเกี่ยวผลได้ภายใน ๑๒ เดือน คิดไร่ละ ๑๕๐ บาท

เช่าทำนา ให้เก็บค่าเช่า ตามที่คณะกรรมการค่าเช่าทำนาตำบล กำหนด

 

ส่วนราชการเช่าตั้งที่ทำการ

๑) คิด ๐.๒๐ % ของราคาประเมินที่ดินต่อปี หรือ

๒) ๔ ไร่แรก ตารางวาละ ๑๐ สตางค์ต่อเดือน เกิน ๔ ไร่ ตารางวาละ ๒๕ สตางค์ต่อเดือน               แบบไหนสูงกว่าให้ถือเอาราคานั้น

 

รัฐวิสาหกิจ / สหกรณ์ / หน่วยราชการเช่าหรือจัดหาประโยชน์ คิดค่าเช่าเหมือนเอกชน

 

 

เอกสารเกี่ยวข้อง

พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไข ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๑๑)

มติมหาเถรสมาคมให้กันเขตจัดประโยชน์

มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒/๒๕๔๕ ครั้งที่ ๑๔/๒๕๒๑

มติกรร พศป. ครั้งที่ ๖/๒๕๓๙

พรบ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.๒๕๒๔

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *