ธรรมศึกษา  ชั้นตรี

เบญจกัลยาณธรรม

กัลยาณธรรมในสิกขาบทที่     ๒

                   สัมมาอาชีวะ      ได้แก่ความเพียรเลี้ยงชีวิตในทางที่ชอบ      คุณข้อนี้     อุดหนุนผู้มีศีลให้สามารถรักษาศีลให้มั่นคง       แท้จริง      ผู้มีศีลแม้เว้นการหาเลี้ยงชีวิต          โดยอุบายที่ผิดแล้ว    ก็ยังต้องประกอบด้วยกิริยาที่ประพฤติเป็นธรรม    ในการหาเลี้ยงชีวิตด้วย                        

                  กิริยาที่ประพฤติเป็นธรรมในการหาเลี้ยงชีวิตนี้   พึงเห็นในกิจการ      ในบุคคล       และในวัตถุ       ดังจะพรรณนาไปตามลำดับ

                   ความประพฤติเป็นธรรมในกิจการนั้น  เช่นผู้ใด  เป็นลูกจ้างก็ดี  หรือได้รับผลประโยชน์เพราะทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี      ผู้นั้น      ย่อมทำการอันเป็นหน้าที่ของตนนั้น      ด้วยความอุตสาหะเอาใจใส่      และด้วยความตั้งใจจะให้การนั้นสำเร็จด้วยดี      และการทำเต็มเวลาที่กำหนดไว้สำหรับทำการ        มาเช้าก่อนกำหนด            เลิกทีหลังกำหนด และในกำหนดที่ทำก็ไม่บิดพลิ้ว      หลีกเลี่ยงจากการงาน     ดังนี้ได้ชื่อว่าประพฤติเป็นธรรมในกิจการ

                   ความประพฤติเป็นธรรมในบุคคลนั้น      เช่นบุคคลได้เป็นผู้ดูการ       มีผู้อื่นเป็นลูกมืออยู่ใต้บังคับ       ผู้นั้น      เมื่อจับจ่ายค่าจ้าง      ย่อมให้ตามสัญญา        หรือตามแรงของเขา      อีกอย่างหนึ่ง      เช่นผู้ขายของ      เมื่อซื้อสินค้าแล้ว      กำหนดว่า         จะเอากำไรร้อยละเท่าไรแล้ว       และกำหนดราคาสิ่งของลงไว้       ผู้ใดผู้หนึ่งมาซื้อ         เป็นผู้มีบรรดาศักดิ์สูงก็ตาม      เป็นคนสามัญก็ตาม      ก็ขายเท่าราคานั้นยั่งยืนเสมอไป      ไม่ประพฤติเป็นคนเห็นแก่ได้       เช่นเห็นคนเซอะซะมา      ไม่รู้ราคาสิ่งของก็บอกผ่านราคาแพง ๆ ถ้าเห็นคนซื้อมีไหวพริบก็ขายตามตรง      ดังนี้ได้ชื่อว่า      ประพฤติเป็นธรรมบุคคล

                   ความประพฤติเป็นธรรมในวัตถุนั้น       เช่นคนขายของ       ขายสิ่งอะไร       เช่น นม      เนย      น้ำผึ้ง      ขี้ผึ้ง      เป็นต้น      เป็นของแท้หรือของปน             ก็บอกตามตรง ไม่ขายของปนอย่างของแท้      การขายของปลอม      เช่นนี้ไม่เป็นเพียงลวงให้ผู้ซื้อเสียทรัพย์เต็มราคา      ยังหักประโยชน์ของผู้ซื้อให้เสียด้วย     เช่นจะต้องการน้ำผึ้งแท้ไปทำยา      ได้น้ำผึ้งปนมาทรัพย์ก็ต้องเสียเท่าราคาน้ำผึ้งแท้       และน้ำผึ้งปนนั้น       ก็เป็นกระสายยาไม่มีเหมือนน้ำผึ้งแท้

                   อนึ่ง      ของกินที่ล่วงเวลาเป็นของเสียแล้ว      จะให้โทษแก่ผู้กิน        ก็ไม่แต่งปลอมเป็นของดีขาย      ขายของเช่นนี้ร้ายกว่าข้างต้น     อาจทำให้ผู้กินเสียชีวิต     หรือเจ็บไข้ได้ทุกข์      ข้อนี้พึงเห็นตัวอย่างในแกงที่ค้างคืนบูดแล้วอุ่นขายอีก

                   อีกอย่างหนึ่ง  เช่นทำสัญญารับจะสร้างเรือน    และมีกำหนดว่า   จะใช้ของชนิดนั้น ๆ      ก็ทำตรงตามสัญญา      ไม่ยักเยื้องไม่ผ่อนใช้ของชั้นที่     ๒     แทนของชั้นที่     ๑     ดังนี้      ชื่อว่าประพฤติเป็นธรรมในวัตถุ

ควรเว้นการงานอันประกอบด้วยโทษ

                   ผู้จะเลือกหาการงาน        ควรเว้นการงานอันประกอบด้วยโทษเสีย         แม้เป็นอุบายจะได้ทรัพย์มาก      เหตุทรัพย์ที่เกิดเพราะการงานประกอบด้วยโทษนั้น      ไม่ยังประโยชน์ของทรัพย์ให้สำเร็จเต็มที่

                   อีกข้อหนึ่ง      การงานที่ต้องเสีย      เช่น การพนัน      ก็ไม่ควรเลือก        เหตุว่าพลาดท่าก็ฉิบหาย      ถ้าได้     ทรัพย์นั้นก็ไม่ถาวรด้วยเหตุ     ๒    ประการ    ()    เป็นของได้มาง่าย       ความเสียดายน้อย      จับจ่ายง่าย      เก็บไม่ค่อยอยู่     ()     ความอยากได้ไม่มีที่สุด      ได้มาแล้วก็คงอยากได้อีก      เคยได้ในทางใด      ก็คงหาในทางนั้นอีก        เมื่อลงเล่นการพนันไม่หยุด       จะมีเวลาพลาดท่าลงสักคราวหนึ่งก็เป็นได้

                   เหตุดังนั้น       ควรเลือกหาการงานที่จะต้องออกกำลังกาย           กำลังความคิด  หรือออกทรัพย์ที่ให้ผู้นั้นรู้สึกว่า  ต้องลงทุน  เมื่อได้ทรัพย์มาจะได้รู้จักเสียดาย  ไม่ใช้สอยสุรุ่ยสุร่ายเสีย

ควรรักษาทรัพย์ให้พ้นอันตรายและใช้จ่ายพอสมควร

                   ทรัพย์ที่ได้มาด้วยความหมั่นทำการงานนั้น      จะเจริญมั่งคั่งก็เพราะเจ้าของเอาใจใส่รักษาให้พ้นอันตรายต่าง ๆ      ที่เกิดแต่เหตุภายในคือตนเอง     หรือบุตรภรรยาใช้สอยให้สิ้นเสีย      เพราะเหตุไม่จำเป็น      และเกิดแต่เหตุภายนอก      เช่น    โจรนำไปเสียหรือไฟผลาญเสีย      เป็นต้น      และเจ้าของ      ควรจับจ่ายใช้สอยแต่พอสมควรไม่ฟูมฟายเกินกว่าที่หาได้      หรือเกินกว่าที่ต้องการ   และไม่เบียดกรอจนถึงกับอดอยาก

ขยันทำงานสนับสนุนการรักษาศีล

                   ผู้ประกอบการงาน พึงมีอุตสาหะอย่าท้อถอย จงดูเยี่ยงแมลงผึ้งบินหาเกสรดอกไม้      นำมาทีละน้อย ๆ  ยังอาจทำน้ำผึ้งไว้เลี้ยงตัว        และลูกน้อยได้ตลอดฤดูหนาวที่กันดารด้วยดอกไม้      เมื่อเขาหมั่นทำการงาน      ได้ทรัพย์มาจับจ่ายเลี้ยงตนและครอบครัวบ้างเก็บไว้เพื่อเหตุการณ์ข้างหน้าบ้างเสมอไป      ถึงไม่มากแต่เพียงคราวละน้อย ๆ  ก็พอจะทำตนให้เป็นสุขสำราญ           และไม่ต้องประกอบการทุจริตเพราะความเลี้ยงชีวิตเข้าบีบคั้น  เป็นอันรักษาศีลให้บริสุทธิ์ได้

                   ดังนี้แล      สัมมาอาชีวะ      เป็นคุณอุดหนุนศีลให้บริสุทธิ์มั่นคง       จึงได้ชื่อว่า เป็นกัลยาณธรรมในสิกขาบทที่     ๒

เบญจธรรม

  1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11