ธรรมศึกษา  ชั้นตรี

วิรัติคือความละเว้น

                   บุคคลผู้เว้นจากข้อห้ามในสิกขาบท    ๕    ประการนั้น     ได้ชื่อว่า    ผู้มีศีล    กิริยาที่เว้นนั้นมี      ๓      ประเภท      คือ      ๑.    สัมปัตตวิรัติ        ๒.     สมาทานวิรัติ  ๓.     สมุจเฉทวิรัติ 

                   .    สัมปัตตวิรัติ      แปลว่า      ความละเว้นจากวัตถุอันถึงเข้า     โดยไม่ได้ตั้ง

สัตย์ปฏิญาณไว้ล่วงหน้า แต่บุคคลนั้นพิจารณาเห็นการที่ทำดังนั้นไม่สมควรแก่ตนโดยชาติตระกูล      ยศศักดิ์      ทรัพย์      บริวาร      ความรู้         หรือมีใจเมตตาปรานี คิดถึงเราบ้างเขาบ้าง      มีหิริ      คือความละอายแก่ใจ      มีโอตตัปปะ        คือความเกรงกลัวจะได้บาป หรือคิดเห็นประโยชน์ในการเว้นอย่างอื่น ๆ อีก      และเขาไม่กระทำกรรมเห็นปานนั้น

                   ส่วนบุคคลผู้ไม่มีโอกาสจะทำ     เช่นคนหัวขโมยยังไม่ได้ท่วงที      ยังลักของเขาไม่ได้     จึงเว้นไว้ก่อน       ดังนี้      ไม่จัดว่าเป็นวิรัติเลย

                .   สมาทานวิวัติ     แปลว่า      ความละเว้นด้วยการสมาทาน       ได้แก่ความละเว้นของพวกคนจำศีล     เช่น     ภิกษุ     สามเณร     อุบาสก     และอุบาสิกา     เป็นต้น

                   การงดเว้นจากวัตถุอันถึงเข้า      ด้วยเห็นว่า      ไม่สมควรจะทำ      และการงดเว้นด้วยการสมาทาน     คือ     การไม่ล่วงข้อห้ามของนักบวช      นักพรตทั้งหลาย      นอกจากจะจัดเป็นวัติแล้ว       ยังจัดเป็นพรต       คือ      ข้อควรประพฤติของเขาด้วย

                   .    สมุจเฉทวิรัติ      แปลว่า       ความละเว้นด้วยตัดขาด      ได้แก่       ความเว้นของพระอริยเจ้า  ผู้มีปกติไม่ประพฤติล่วงข้อห้ามเหล่านั้นจำเดิมแต่ท่านได้เป็นพระอริยเจ้า

                   ศีล      ๕      ประการนี้     เป็นวินัยในพระพุทธศาสนา                สาธารณะแก่บรรพชิต      และคฤหัสถ์ทั้งสองฝ่าย       ผู้ถือพระพุทธศาสนาแท้จริง       ย่อมรักษายิ่งบ้าง หย่อนบ้าง       ตามภูมิของเขา       ฝ่ายผู้ไม่ได้รักษาเสียเลย        จะเป็นได้ดีที่สุดก็แต่เพียงผู้สรรเสริญพระพุทธศาสนาเท่านั้น

เบญจศีล

  1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11