ธรรมศึกษา  ชั้นตรี

เบญจกัลยาณธรรม

กัลยาณธรรมสิกขาบทคำรบ    ๕

                   ความมีสติรอบคอบนั้น      ได้แก่ความมีสติ ตรวจตราไม่เลินเล่อ      มีอาการที่จะพึงเห็นในข้อต่อไปนี้

ความรู้จักประมาณในอาหารที่จะพึงบริโภค   หมายถึง  รู้จักเว้นอาหารที่แสลงโรค      บริโภคอาหารแต่พอดี      และรู้จักประมาณในการจับจ่ายหาอาหารบริโภคแต่พอสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้

                   .    ความไม่เลินเล่อในการงาน    คือไม่ทอดธุระเพิกเฉยเสีย     เอาใจใส่คอยประกอบให้ชอบแก่กาลเทศะ      ไม่ปล่อยให้อากูลเสื่อมเสีย     เช่นทำนาก็ต้องทันฤดู       ค้า ขายก็ต้องรู้คราวที่คนต้องการหรือไม่ต้องการของนั้น ๆ       รับราชการก็ต้องเข้าใจวิธีดำเนินและรักษาระเบียบ      เป็นต้น

                   .    ความมีสติสัมปชัญญะในการประพฤติตัว      หมายถึงความรอบคอบ      รู้จักระวังหน้าระวังหลัง      จะประกอบกิจใด ๆ  ก็ตริตรองให้เห็นก่อนว่า     จะมีคุณหรือมีโทษ      จะมีประโยชน์หรือจะเสียประโยชน์ อันจะควรทำหรือไม่ควรทำ        ถ้าเห็นว่าไม่ควรทำก็งดเสียถ้าเห็นว่าควรทำ     จึงทำ

                   ถึงจะพูดอะไรก็ระวังวาจา        ลั่นออกมาแล้วไม่ต้องคืนคำ        และไม่ให้นำแต่ความเสียหายมาให้ตัวและผู้อื่น

                   ถึงจะคิดอะไรก็อาศัยหลักฐาน      ไม่ปล่อยให้พล่านไปตามกำลังความฟุ้ง

                   บุคคลมีสัมปชัญญะ       ตรวจทางได้ทางเสียก่อนแล้วจึงทำกิจนั้น ๆ        เช่นนี้ ย่อมมีปกติทำอะไรไม่ผิดในกิจที่เป็นวิสัยของคน

            .    ความไม่ประมาทในธรรมะ     หมายถึงไม่ประมาทในธรรม    คือสภาวะอันเป็นอยู่ตามธรรมดาของโลก       อธิบายว่า       กิริยาที่ร่างกายวิปริตแปรผัน           จากหนุ่มสาวมาเป็น ผมหงอก      ฟันหลุด      เนื้อหนังหย่อนเป็นเกลียว      ตกกระ      หลังโกง  ตามืด       หูตึง      ใจฟั่นเฟือนหลงใหล       มีกำลังน้อยถอยลง      ชื่อว่าชรา       ความไม่ผาสุกเจ็บไข้ไปต่าง ๆ       ของสังขารร่างกาย       ชื่อว่า      พยาธิ        กิริยาที่ธาตุทั้ง     ๔ 

ควบคุมกันเข้าแล้ว       และพรากจากกัน      นี้ชื่อว่า      มรณะชรา      พยาธิ      และมรณะทั้ง     ๓   นี้      เป็นสภาวะของสังขารอย่างหนึ่ง  ซึ่งมนุษย์ยังไม่มีอุบายแก้ไขให้ไม่แก่      ไม่เจ็บ      ไม่ตาย      ตั้งแต่กาลนานมา      จนถึงปัจจุบันนี้

                  ผู้หยั่งรู้ธรรมดาของสังขารเช่นนี้แล้ว      ไม่เลินเล่อมัวเมาในวัย      ในความสำราญ      และในชีวิต      เตรียมตัวที่จะรับทุกข์    ๓   อย่างนี้      อันจะมาถึง       เมื่อยังเป็นเด็ก       รีบศึกษาแสวงหาวิชาความรู้ไว้เป็นเครื่องมือ      เติบใหญ่หมั่นทำการงาน      สั่งสมทรัพย์สมบัติชื่อเสียงคุณความดีไว้ เมื่อชรา      พยาธิ      ครอบงำ      ไม่อาจทำการหาเลี้ยงชีพได้     ก็จะได้อาศัยทรัพย์และชื่อเสียงคุณความดี      ที่ได้สั่งสมไว้แต่เมื่อครั้งยังกำลังสามารถเลี้ยงชีพให้ตลอดไปโดยผาสุข

                   เมื่อมรณะมาถึง       ก็จะได้ไม่ห่วงใยพะวักพะวน      สิ่งใดสิ่งหนึ่ง       ซึ่งเป็นอาการของคนหลงตาย      เช่นนี้ได้ชื่อว่า      ไม่ประมาทในธรรม        คือสภาวะอันเป็นอยู่ตามธรรมดาของโลก

                   อีกประการหนึ่ง       ทุจริต       คือ       ความประพฤติชั่วด้วย       กาย       วาจา และใจ       ย่อมให้ ผลแก่ผู้กระทำ      ล้วนแต่เป็นส่วนที่ไม่น่าปรารถนา      รักใคร่      พึงใจ  ใคร ๆ  จะเลินเล่อเสียว่า      ตนทำแต่เล็กน้อยไม่เป็นไร     ไม่พอจะให้ผลทำให้ตนเสีย      ดัง  นั้นไม่ชอบ      มากมาแต่ไหน      ก็มาแต่น้อยก่อน      เขาทำทีละน้อยย่ามใจเข้า        ควาชั่วก็สะสมมากขึ้น

                   อีกอย่างหนึ่ง      สุจริต      คือ      ความประพฤติชอบด้วยกาย      วาจา       ใจ ย่อมให้ผลแก่ผู้ทำ      ล้วนแต่ส่วนที่น่าให้ปรารถนา      รักใคร่       พึงใจ      ใคร ๆ จะเห็นว่า ทำแต่เพียงเล็กน้อย      ที่ไหนจะให้ผล       ดังนี้แล้ว      จะท้อถอยและทอดธุระเสีย        ไม่สมควร      แต่หมั่นทำบ่อย ๆ เข้า       ความดีก็ สะสมมากขึ้น         น้ำฝนที่ตกทีละหยาด ๆ ยังเต็มภาชนะที่รองได้      ควรถือเป็นเยี่ยงอย่าง       ผู้ไม่วางธุระ      คอยระวังตัว         ไม่ให้เกลือกกลั้วด้วยทุจริต      หมั่นสั่งสมสุจริต      เช่นนี้ก็ได้ชื่อว่า      ไม่ประมาทในธรรมที่เป็กุศลและอกุศล

                   อีกประการหนึ่ง     คนทั้งหลายผู้เกิดมา     ได้ชื่อว่าที่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏ ก็เป็นธรรมดาที่จะได้พบเห็นสิ่งต่าง ๆ      เป็นที่น่าปรารถนาบ้าง ไม่ปรารถนาบ้าง      เรียกว่า  โลกธรรม    แปลว่า      ธรรมสำหรับโลก      ส่วนที่น่าปรารถนา      คือ      ได้ลาภ     ได้ยศ  ได้ความสรรเสริญ       ได้สุข      ส่วนที่ไม่น่าปรารถนา      คือ       ขาดลาภ      ขาดยศ      ได้นินทา      ได้ทุกข์

                   เปรียบเหมือนคนเดินทางไปไหน ๆ      ก็ย่อมจะได้พบสิ่งต่าง ๆ     ในระหว่างทางที่น่าดูน่าชมบ้าง          ไม่น่าดูไม่น่าชมบ้าง             โลกธรรมนี้เป็นสิ่งที่จะพึงประสบชั่วเวลา      ไม่ควรจะเก็บเอามาเป็นทุกข์เป็นเหตุทะเยอทะยาน       หรือซบเซาด้วยอำนาจความยินดียินร้ายให้เกินกว่าที่ควรจะเป็น      เช่น      แสดงอาการด้วยกายหรือวาจาให้ปรากฏ       เมื่อทำเช่นนั้นไปก็แสดงความมีใจอ่อนแอของตนเองหาสมควรไม่ ผู้ไม่เลินเล่อ      คอยระวังไม่ให้โลกธรรมครอบงำใจ     จนถึงแสดงวิการให้ปรากฏ       ดังนั้นได้ชื่อว่า       ไม่ประมาทในธรรมที่มีสำหรับโลกไม่

                   ความมีสติรอบคอบประดับผู้มีศีล      ให้มีความประพฤติดีงามขึ้น      จึงได้ชื่อว่าเป็นกัลยาณธรรมในสิกขาบทคำรบ      ๕

                   คนผู้ตั้งอยู่ในกัลยาณธรรม         ได้ชื่อว่า         กัลยาณชน           คือคนมีความประพฤติดีงาม       ควรเป็นที่นิยมนับถือ      และเป็นเยี่ยงอย่างของคนทั้งปวง

เบญจธรรม

  1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11