ธรรมศึกษา  ชั้นตรี

เบญจศีล

       ปาณาติปาตา   เวรมณี

         สิกขาบทที่  ๑

                   สิกขาบทนี้   ( ปาณาติปาตา   เวรมณี  )   แปลว่า  เว้นจากการทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วง    คือเว้นจากการฆ่าสัตว์มีชีวิต

                   สัตว์    ประสงค์ทั้งมนุษย์และเดียรฉานที่ยังเป็นอยู่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงแก่เฒ่า

                   สิขาบทนี้   บัญญัติขึ้นด้วยหวังจะให้ปลูกเมตตาจิตในสัตว์ทุกจำพวก

                   เมื่อเพ่งเมตตาจิตเป็นใหญ่    ดังนั้น    จึงไม่ใช่เฉพาะการฆ่าให้ตายเท่านั้น    แม้

 การทำร้ายร่างกายและการทรกรรม    ก็ถูกห้ามตามสิกขาบทนี้ด้วย

  การฆ่า

                   การฆ่า    ได้แก่การทำให้ตาย

                   โดยวัตถุ    คือผู้ถูกฆ่า    มี    ๒    อย่าง    คือ    ฆ่ามนุษย์    ๑    ฆ่าเดียรฉาน  ๑

                   โดยเจตนา     คือความตั้งใจของผู้ฆ่า    มี    ๒    อย่าง     คือ     จงใจฆ่า    ๑  

                                      ไม่จงใจฆ่า  ๑

                   การฆ่า   สำเร็จด้วยประโยค  ความพยายาม ) ๒ อย่าง คือ  ฆ่าเอง  ๑  ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ๑

                   การใช้ให้ผู้อื่นฆ่า    ทั้งผู้ใช้   และผู้รับใช้มีโทษ   ( ความผิด )    ฐานฆ่า     ทั้งฝ่าย

ศาสนาและฝ่ายอาณาจักร

 กรรมหนักหรือกรรมเบา

                   การฆ่า    จัดเป็นกรรมหนัก    หรือเบา     เพราะวัตถุ     เจตนา     และประโยค

                   วัตถุ     คือผู้ถูกฆ่า     การฆ่าผู้บริสุทธิ์ไม่มีความผิดและผู้มีคุณต่อตน       เช่น

บิดามารดา     หรือผู้มีคุณธรรมต่อสังคม     เช่นพระพุทธเจ้า   เป็นต้น    มีโทษมาก

                   เจตนา       คือความตั้งใจของผู้ฆ่า      การฆ่าด้วยอำนาจของกิเลส         เช่น 

มิจฉาทิฏฐิ     ไม่เชื่อว่าบาปมีจริง    ฆ่าด้วยอำนาจความโลภ  เช่นรับจ้างฆ่าคน  ฆ่าด้วยอำนาจความพยาบาท    เช่น   โกรธพ่อแม่    แล้วฆ่าเด็กไร้เดียงสา    ฆ่าไม่มีเหตุผล  เช่น  โกรธนักเรียนคนหนึ่ง    ต่อมาพบนักเรียนโรงเรียนนั้นซึ่งเขาไม่รู้เรื่องอะไร    ก็ฆ่าเขา  เป็นต้น  มีโทษมาก

                   ประโยค     คือความพยายามในการฆ่า     การทรมานให้ได้รับความเจ็บปวดมาก ๆ    แล้วจึงฆ่าให้ตาย    ที่เรียกว่า    ฆ่าให้ตายทีละน้อย    มีโทษมาก

การทำร้ายร่างกาย

                   การทำร้ายร่างกาย    หมายถึง     การทำร้ายผู้อื่น    โดยการทำให้พิการ   เสียโฉม    หรือเจ็บลำบาก    แต่ไม่ถึงแก่ชีวิต

                   ทำให้พิการ     คือ    ทำให้เสียอวัยวะเป็นเครื่องใช้การ    เช่นทำให้เสียนัยน์ตา เสียแขน    เสียขาเป็นต้น

                   ทำให้เสียโฉม     คือ    ทำร่างกายให้เสียรูป     เสียงาม     ไม่ถึงพิการ       เช่นใช้มีดหรือไม้กรีดหรือตีที่ใบหน้าให้เป็นแผลเป็น     เป็นต้น

                   ทำให้เจ็บลำบาก    คือ    ทำร้ายไม่ถึงเสียโฉม         เป็นแต่เสียความสำราญ

                   การทำร้ายร่างกายทั้งหมดนี้      เป็นอนุโลมปาณาติบาต       ถูกห้ามด้วยสิกขาบทนี้

ทรกรรม

                   ข้อนี้     จะกล่าวเฉพาะเดียรฉาน         เพราะมนุษย์ไม่เป็นวัตถุอันใคร ๆ จะพึงทรกรรมได้ทั่วไป

                   ทรกรรม    หมายความว่า    ประพฤติเหี้ยมโหดแก่สัตว์      ไม่ปราณี    ดังจะชี้ตัวอย่างให้เห็นตามที่จัดเป็นแผนกดังนี้

                   ใช้การ   หมายถึงใช้สัตว์ไม่มีปราณี    ปล่อยให้อดอยากซูบผอม    ไม่ให้กิน  ไม่ให้นอน    ไม่ให้หยุดพักผ่อนตามกาล    ขณะใช้งานก็เฆี่ยนตี    ทำร้ายร่างกายโดยไม่มีเมตตาจิต    หรือใช้การเกินกำลังของสัตว์      เช่นให้เข็นภาระอันหนักเหลือเกิน      เป็นต้น

จัดเป็นทรกรรมในการใช้การ

                   กักขัง     หมายถึง      กักขังให้อดอยาก    อิดโรย     หรือผูกรัดไว้จนไม่สามารถจะผลัดเปลี่ยนอิริยาบถได้     จัดเป็นทรกรรมในการกักขัง

                   นำไป     พึงเห็นในการผูกมัด     เป็ด    ไก่     สุกร     หิ้วหามเอาศีรษะลง     เอาเท้าขึ้น     ผู้ทำเช่นนี้จัดเป็นทรกรรมในการนำไป

                   เล่นสนุก     พึงเห็นในการทึ้งปีก     ทึ้งขาของสัตว์    มีตั๊กแตน        และจิ้งหรีดเป็นต้น      เพื่อความสนุกของตน

                   ผจญสัตว์     พึงเห็นในการชนโค     ชนกระบือ     ชนแพะ    ชนแกะ       ตีไก่  กัดปลา     กัดจิ้งหรีด     เป็นต้น

                   การทรกรรมสัตว์ทุกอย่าง     จัดเป็นอนุโลมปาณาติบาต      ถูกห้ามด้วยสิกขาบทนี้     เช่นกัน

ธรรมวิภาค

 

  1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11