ธรรมศึกษา  ชั้นโท

๑๑.   ประวัติ  พระนันทเถระ

สถานะเดิม

                      พระนันทเถระ     พระนามเดิมว่า    นันทะ    เป็นพระนามที่พระประยูรญาติ

ทรงขนานให้       เพราะความดีใจในวันที่พระกุมารประสูติ

                        พระบิดา      ทรงพระนามว่า     สุทโธทนะ     พระมารดา       ทรงพระนามว่า มหาปชาบดีโคตมี

.   มูลเหตุของการบวชในพระพุทธศาสนา

                      เมื่อพระศาสดาเสด็จมายังกบิลพัสดุ์  วันแรกทรงกระทำฝนโบกขรพรรษให้ตกลงมา    ให้เป็นต้นเรื่องที่จะเทศนาเวสสันดรชาดก   วันที่  ๒  ทรงโปรดพระชนกให้เป็นโสดาบัน ด้วยพระคาถาว่า

                   บรรพชิตไม่พึงประมาทในบิณฑบาตอันตนพึงลุกขึ้นยืนรับ   บุคคลพึงประพฤติธรรมให้สุจริต     เพราะผู้ประพฤติธรรมอยู่เสมอ    ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า        แล้วได้เสด็จไปยัง         พระราชนิเวศน์เทศนาโปรดพระนางมหาปชาบดีให้เป็นพระโสดาบัน     และเลื่อนชั้นพระบิดาขึ้นเป็น   สกทาคามี    ด้วยพระอนุศาสนีว่า     บุคคลพึงประพฤติธรรมให้สุจริต    อย่าประพฤติธรรมแบบทุจริต  เพราะผู้ประพฤติธรรมอยู่เสมอ     ย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า 

                       ในวันที่    ๓   ทรงเสด็จยังพระราชนิเวศน์เพื่อบิณฑบาตในวโรกาสอาวาหมงคลของ       นันทกุมาร      ให้เธอรับบาตร      ตรัสมงคลแก่เขาจบแล้ว       ไม่รับเอาบาตรกลับมา เสด็จมุ่งหน้าไปยังวิหารให้นันทกุมารถือบาตรตามไปด้วยจิตใจร้อนรนคิดถึงคนที่ตนรัก       ถึงสำนักนิโครธาราม        ได้ตรัสถามว่าจะบวชหรือนันทะ      พระกุมารไม่อาจปฏิเสธเพราะเหตุแห่งความเคารพและเกรงใจในพระศาสดา       จึงทูลว่า      พระเจ้าข้า       ข้าพระองค์จะบวชจึงทรงประทานให้ภิกษุทั้งหลายบวชให้       ไม่นานนักก็ได้สำเร็จพระอรหัตผล

.   งานประกาศพระศาสนา  

                      ปฏิปทาของพระนันทเถระ     เป็นเหตุให้พระศาสดาทรงเปล่งอุทานว่า    เปือกตมคือกาม    ใครข้ามได้     หนามคือกามผู้ใดทำลายแล้ว     ผู้นั้นสิ้นโมหะ     ย่อมไม่หวั่นไหวทั้งในความสุขและความทุกข์

.   เอตทัคคะ

                      พระนันทเถระได้รับความทุกข์ทรมานในด้านจิตใจ      เพราะความคิดถึงนางชนบทกัลยานี      และได้รับความอับอายที่ถูกเพื่อนพรหมจารีล้อว่า    ประพฤติพรหมจรรย์เพราะอยากได้นางอัปสร       จึงคิดว่า       ที่เราต้องประสบกับเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ก็เพราะเราไม่สำรวมอินทรีย์     คือ     ตา     หู     จมูก     ลิ้น     กาย      และใจ      นั่นเอง   ดังนี้แล้วเกิดความอุตสาหะมีหิริโอตตัปปะเป็นกำลัง      ตั้งความสำรวมอินทรีย์อย่างสูงสุด       พระศาสดาทรงทราบดังนั้น      จึงทรงตั้งท่านในเอตทัคคะว่า       เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้สำรวมอินทรีย์

.   บุญญาธิการ

                       แม้พระนันทเถระนี้         ก็ได้บำเพ็ญบารมีอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในสำนักของพระพุทธเจ้ามากมายหลายพระองค์       ได้เห็นพระปทุมุตตรศาสดา          ทางสถาปนาพระเถระรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งเลิศกว่า       ภิกษุทั้งหลายในด้านความสำรวมอินทรีย์  มีกุศลฉันทะปรารถนาตำแหน่งเช่นนั้นบ้าง         จึงได้ตั้งใจทำความดีที่เป็นอุปนิสัยปัจจัยแห่งตำแหน่งนั้นลุถึงกาลแห่งพระโคดม        จึงได้สมควรความปรารถนา        ใช้เวลาหนึ่งแสนกัป

.    ธรรมวาทะ

                      เพราะไม่พิจารณาให้ลึกซึ้งถึงความจริงของชีวิต      คนเราจึงติดอยู่กับร่างกาย  ขวนขวายแต่การแต่งตัว       ลุ่มหลงเมามัวในกามารมณ์

                      แต่พระโคดม       ทรงสอนให้รู้ซึ้งถึงชีวิตเราจึงเปลื้องจิตจากพันธนาการ      พ้นสถานแห่งภพสาม    ( สู่ความสุขอย่างแท้จริง )

.    ปรินิพพาน

                      พระนันทเถระ         ครั้นสำเร็จพระอรหันต์แล้ว        ได้ช่วยพระศาสดาประกาศพระศาสนาตามความสามารถ       สุดท้ายได้ปรินิพพานด้วยอนุปทิเสสนิพพาน       ดับสังขารอย่างสิ้นเชิง

อนุพุทธประวัติ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37