ธรรมศึกษา  ชั้นโท

อธิบายอุโบสถศีล        ข้อ    โดยสังเขป

           อุโบสถศีลทั้ง       นั้น     สิกขาบทที่        เว้นจากทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วง  คือ     เว้นจากฆ่าสัตว์มีชีวิต     คำว่า     สัตว์     ในที่นี้    ประสงค์ทั้งมนุษย์และเดียรฉานยังเป็นอยู่     ทุกเพศ     ทุกวัย     ทุกชนิด

              สิกขาบทนี้มีองค์     ๕     คือ     สัตว์มีชีวิต     ๑     รู้ว่าสัตว์มีชีวิต     ๑    จิตคิดจะฆ่า     ๑     พยายามฆ่า     ๑     สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น     ๑

             สิกขาบทที่  ๒  เว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้  กิริยาที่ถือเอาในที่นี้  หมายถึง      ถือเอาด้วยอาการเป็นโจร     สิ่งของที่เขาไม่ได้ให้ในที่นี้      หมายถึง     สิ่งของที่มีเจ้าของ      ทั้งที่เป็นสวิญญาณกทรัพย์      ทั้งที่เป็นอวิญญาณกทรัพย์      อันเจ้าของไม่ได้ยกให้เป็นสิทธิ์ขาด       อย่างหนึ่ง        สิ่งของที่ไม่ใช่ของใคร           แต่มีผู้รักษาหวงแหน   เช่น      ของสงฆ์      ของส่วนรวมอันเป็นสาธารณะประโยชน์ อย่างหนึ่ง

              สิกขาบทนี้มีองค์          คือ     ของมีเจ้าของหวง     ๑     รู้ว่ามีเจ้าของหวง    ๑ จิตคิดจะลัก     ๑     พยายามลัก     ๑     นำของมาด้วยความพยายามนั้น     ๑

              สิกขาบทที่    ๓     เจตนาเป็นเหตุก้าวล่วงฐานะ     โดยประสงค์จะเสพอสัทธรรม ซึ่งเป็นไปทางกายทวาร     ชื่อว่า     อพรหมจรรย์      ได้แก่      ความลุอำนาจแก่ราคะแล้ว เสพอสัทธรรมในมรรคใดมรรคหนึ่ง    บรรดามรรคทั้ง     ๓  (ทวารหนัก    ทวารเบา     ปาก)

          สิกขาบทนี้มีองค์     ๔      คือ      อัชฌาจรณียวัตถุ       วัตถุที่จะพึงประพฤติล่วง (มรรคทั้ง  ๓)           จิตคิดจะเสพในอัชฌาจรณียวัตถุนั้น      ๑          ความพยายามในในการเสพ      ๑      มีความยินดี      ๑

              สิกขาบทที่     ๔     การแสดงความเท็จ      เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิด    คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง     ทางกายก็ดี     ทางวาจาก็ดี     จัดเป็นมุสาวาท

               สิกขาบทนี้มีองค์     ๔     คือ     เรื่องไม่จริง     ๑     จิตคิดจะพูดให้ผิด     ๑  พยายามพูดออกไป     ๑      คนอื่นเข้าใจเนื้อความนั้น     ๑

               สิกขาบทที่     ๕     น้ำเมาที่เป็นแต่เพียงของดอง       เช่น       น้ำตาลเมาต่าง ๆ ชื่อเมรัย      เมรัยนั้น     เขากลั่นให้เข้มข้นขึ้นไปอีก     เช่น    เหล้าต่าง ๆ    ชื่อสุรา       สุราเมรัยนี้      ทำให้ผู้ดื่มเมาเสียสติ      สามารถทำความชั่วได้ทุกอย่าง      จึงได้ชื่อว่า      เป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

               สิกขาบทนี้มีองค์     ๔     คือ     ของทำให้เมา     มีสุราเป็นต้น      ๑      จิตใคร่จะดื่ม      ๑     ทำพยายามดื่ม      ๑      ดื่มให้ล่วงลำคอเข้าไป      ๑

               สิกขาบทที่  ๖   กาลที่ผู้รักษาอุโบสถศีลจะบริโภคอาหารได้  คือ  ตั้งแต่อรุณขึ้นมาแล้วจนถึงเที่ยง  เรียกว่า  กาล  ส่วนตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนถึงก่อนอรุณขึ้น  เรียกว่า  วิกาล  จะบริโภคอาหารในเวลานี้ไม่ได้

               สิกขาบทนี้มีองค์     ๔     คือ     เวลาตั้งแต่เที่ยงแล้วไปถึงก่อนอรุณขึ้น    ๑    ของเคี้ยวของกินสงเคราะห์เข้าในอาหาร     ๑     พยายามกลืนกิน      ๑    กลืนให้ล่วงลำคอเข้าไป     ด้วยความพยายามนั้น     ๑

               สิกขาบทที่     ๗      การดูที่ชื่อว่าเป็นข้าศึกศัตรูนั้น      เพราะขัดแย้งต่อคำสอนของศาสนา      การฟ้อนรำ      การขับร้อง      การดีดสีตีเป่า      จะทำด้วยตนเอง     หรือใช้ให้ผู้อื่นทำก็ตาม       ถ้าเป็นข้าศึกแก่กุศล       จัดเป็นความผิดในสิกขาบทนี้ทั้งสิ้น

           สิกขาบทนี้มีองค์     ๓      คือ      การเล่นมีฟ้อนรำขับร้องเป็นต้น     ๑     ไปเพื่อจะดูหรือฟัง     ๑      ดูหรือฟัง      ๑

               สิกขาบทที่     ๘      การห้ามที่นั่งที่นอนอันเกินขนาด       อันได้ชื่อว่า      อุจจาสยนะ     และเครื่องปูลาดที่ไม่สมควร      อันได้ชื่อว่า     มหาสยนะ    นั้น    เพื่อประสงค์ไม่ให้เป็นของโอ่โถงและยั่วยวนให้เกิดราคะความกำหนัดยินดี     พระอรหันต์ทั้งหลาย      เป็นผู้เว้นจากที่นั่งที่นอนสูงและที่นั่งที่นอนใหญ่นั้น

               สิกขาบทนี้มีองค์     ๓      คือ      ที่นั่งที่นอนสูงใหญ่      ๑     รู้ว่าที่นั่งที่นอนสูงใหญ่      ๑     นั่งหรือนอนลง      ๑

อนุพุทธประวัติ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37