ธรรมศึกษา  ชั้นโท

ประวัติ  พระมหากัจจายนเถระ

.   สถานะเดิม

                       พระมหากัจจายนเถระ     เดิมชื่อว่า      กัญจนมาณพ     เป็นชื่อที่มารดาตั้งให้ เพราะทารกนั้นมีผิวกายเหมือนทองคำ     แต่คนทั่วไปเรียกตามโคตรว่า        กัจจานะ      หรือ  กัจจายนะ

                       บิดา    ชื่อติริฏิวัจฉะ     มารดาไม่ปรากฏชื่อ     เป็นวรรณะพราหมณ์    กัจจายนโคตร     บิดาเป็นปุโรหิตของพระเจ้าจัณฑปัชโชต

                       เกิดที่เรือนปุโรหิต      ของพระเจ้าจัณฑปัชโชต      ในกรุงอุชเชนี      แคว้นวันตี  ครั้นบิดาถึงแก่กรรม     ได้รับตำแหน่งปุโรหิตแทน

.   มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา

                       พระเจ้าจันฑปัชโชตได้ทรงสดับว่า      พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก     จึงส่งกัจจายนะปุโรหิตไป       เพื่อทูลอาราธนาพระศาสดาว่า      ท่านอาจารย์ ท่านจงไปที่พระอารามนั้นแล้ว      ทูลนิมนต์พระศาสดามาในวังนี้        ท่านปุโรหิตนั้นพร้อมกับบริวารอีก     ๗     คน เดินทางออกจากนครอุชเชนีไปยังพระนครสาวัตถีเพื่อเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเชตวันมหาวิหารพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมแก่พวกเขา      กัจจายนปุโรหิต     พร้อมกับคนทั้ง             ได้บรรลุอรหัตผลพร้อมปฏิสัมภิทา       ๔      แล้ว      พร้อมกับคนทั้ง     ๗       ได้ทูลขอบรรพชาอุปสมบทกับพระศาสดา      ลำดับนั้นพระศาสดาทรงเหยียดพระหัตถ์ตรัสว่า     พวกเธอจงเป็นภิกษุ       มาเถิด      ขณะนั้นเอง        พวกเขาได้มีผมและหนวด      ยาวประมาณ     ๒      องคุลี ทรงบาตรและจีวรอันสำเร็จด้วยฤทธิ์     ได้เป็นเหมือนพระเถระบวชมา     ๖๐     พรรษา      ทั้ง   ๗      องค์ได้บรรลุพระอรหัตผลก่อนบวช

.   งานประกาศพระพุทธศาสนา

                       พระมหากัจจายนเถระ     ทำประโยชน์ของตนให้สำเร็จอย่างนี้แล้ว      วันหนึ่งจึงกราบทูลพระศาสดาว่า      ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ      พระเจ้าจัณฑปัชโชต        ปรารถนาจะไหว้พระบาทและฟังธรรมของพระองค์      พระเจ้าข้า     พระศาสดาตรัสว่า       กัจจายนะ เธอนั่นแหละจงไปในวังนั้น     เมื่อเธอไปถึงแล้วพระราชาจักทรงเลื่อมใส    พระเถระพร้อมกับภิกษุอีก     ๗     รูปได้ไปยังพระราชวังนั้นตามพระบัญชาของพระศาสดา       ได้ทำให้พระราชาทรงเลื่อมใส     แล้วได้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาไว้ในอวันตีชนบทเรียบร้อยแล้ว          จึงได้กลับมาเฝ้าพระศาสดาอีก

                      เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า      เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว       พระมหากัจจายนะเถระ     อยู่ที่ป่าไม้คุนธา      แขวงมธุรราชธานี        พระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตรเข้าไปหาตรัสถามถึงเรื่องที่พวกพราหมณ์ถือว่า      วรรณะพราหมณ์ประเสริฐที่สุด      วรรณะอื่นเลว       วรรณะพราหมณ์ขาว       วรรณะอื่นดำ             วรรณะพราหมณ์เป็นบุตรของพระพรหม       เกิดจากปากพรหม       อันพระพรหมสร้างเป็นทายาทของพระพรหม

                       พระเถระตอบว่า     นั่นเป็นเพียงคำโฆษณาเท่านั้น     แล้วได้อธิบายให้พระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร       ยอมรับว่า     วรรณะทั้ง     ๔     เสมอกันตามความจริงที่ปรากฏ       ๕ ประการ      คือ

                       .   วรรณะใดมั่งมี      วรรณะอื่นก็ยอมเป็นคนรับใช้

                       วรรณะใดประพฤติชั่วทางกาย     วาจา     และใจ     วรรณะนั้นเมื่อตายไป ย่อมตกนรกเสมอกัน

                       .   วรรณะใดเว้นจากการประพฤติชั่วทางกาย     วาจา     และใจ        วรรณะนั้นเมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์เหมือนกัน

                   .   วรรณะใดประพฤติผิด     เช่น     ลักขโมย     คดโกง        ประพฤติผิดในกามเป็นต้น      วรรณะนั้น      ต้องถูกลงโทษเหมือนกัน

                      .   วรรณะใดออกบวชประพฤติดีปฏิบัติชอบ       ก็มีผู้อภิวาทต้อนรับนินมต์ให้

นั่งบนอาสนะ      นิมนต์ให้รับปัจจัย     ๔    หรือได้รับความคุ้มครองอันเป็นธรรมเสมอกัน

เอตทัคคะ

                       พระมหากัจจายนเถระ          เป็นผู้ฉลาดสามารถในการอธิบายคำที่พระศาสดาตรัสไว้โดยย่อให้พิสดาร     ได้ตรงตามพุทธประสงค์ทุกประการ      เช่น      ครั้งหนึ่ง        พระศาสดาทรงแสดงภัทเทกรัตตสูตรโดยย่อ              แล้วเสด็จลุกจากอาสนะเข้าสู่วิหารที่ประทับ      ภิกษุทั้งหลายยังไม่เข้าใจเนื้อความ      จึงอาราธนาพระเถระอธิบายให้ฟัง       พระเถระอธิบายขยายความแห่งพระสูตรนั้นโดยพิสดารแล้วบอกว่า        ถ้ารูปใดยังไม่แน่ใจก็ขอให้ไปทูลถามพระศาสดา      ภิกษุทั้งหลายไปกราบทูลถามพระศาสดาตามที่ท่านได้อธิบาย        พระศาสดาทรงสรรเสริญท่านแล้วตรัสว่า      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย       กัจจายนะ    เป็นคนมีปัญญา       ถ้าพวกเธอถามเนื้อความนั้นกับเรา          แม้เราก็ต้องแก้อย่างนั้นเหมือนกัน           เนื้อความแห่งธรรมที่เราแสดงไว้มีความหมายอย่างนั้นแหละ         เธอทั้งหลายจงทรงจำเนื้อความนั้นไว้เถิดเพราะฉะนั้น      ท่านจึงได้รับแต่งตั้งจากพระศาสดาว่า      เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้อธิบายเนื้อความย่อให้พิสดาร      ด้วยพระดำรัสว่า       ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย       มหากัจจายนะเป็นเลิศกว่าภิกษุสาวกทั้งหลายของเรา         ผู้จำแนกเนื้อความที่เรากล่าวไว้โดยย่อให้พิสดาร

.   บุญญาธิการ

                      ในกาลแห่งพระพุทธเจ้า        ทรงพระนามว่า       ปทุมุตตระ       ท่านได้เกิดในตระกูลคหบดีมหาศาล       พอเจริญวัยแล้ว     วันหนึ่งได้ฟังธรรม      ในสำนักพระศาสดาเห็น    พระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งพระศาสดาทรงตั้งไว้ในตำแหน่งจำแนกเนื้อความ         ที่ตรัสไว้โดยย่อให้พิสดาร       เกิดกุศลฉันทะปรารถนาตำแหน่งนั้นบ้าง     จึงได้ตั้งปณิธานทำบุญมีทานเป็นต้นไว้เป็นอันมากหลายพุทธันดร       จนมาถึงพุทธุปบาทกาลแห่งพระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายนี้     จึงได้ถึงที่สุดแห่งสาวกบารมีญาณ        สมปณิธานที่ได้ตั้งเอาไว้

ธรรมวาทะ

         วรรณะใดมั่งมี       วรรณะอื่นก็ยอมเป็นคนรับใช้

                         วรรณะใดประพฤติชั่วทางกาย     วาจา     และใจ        วรรณะนั้นเมื่อตายไป ย่อมตกนรกเสมอกัน

                         วรรณะเว้นจากการประพฤติชั่วทางกาย     วาจา     และใจ     วรรณะนั้นเมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติ       โลกสวรรค์เหมือนกัน

                       วรรณะใดประพฤติผิด      เช่น     ลักขโมย     คดโกง        ประพฤติผิดในกามเป็นต้น       วรรณะนั้นต้องถูกลงโทษเหมือนกัน

                        วรรณะใดออกบวชประพฤติดีปฏิบัติชอบ       ก็มีผู้อภิวาทต้อนรับ        นิมนต์ให้นั่งบนอาสนะ    นิมนต์ให้รับปัจจัย     ๔     หรือได้รับความคุ้มครองอันเป็นธรรมเสมอกัน

.   ปรินิพพาน

                         พระมหากัจจายนเถระนิพพานภายหลังพระศาสดา ตามหลักฐานในมธุรสูตรว่า        พระเจ้ามธุรราช       ตรัสสรรเสริญพระธรรมเทศนาของท่านแล้วตรัสถามว่า     ขณะนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ไหน      ท่านกราบทูลว่า      ปรินิพพานแล้ว

อนุพุทธประวัติ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37