ธรรมศึกษา  ชั้นโท

.   ประวัติ  พระโมคคัลลานเถระ

.   สถานะเดิม

                     พระโมคคัลลานเถระ      ชื่อเดิมว่า       โกลิตะ      เป็นชื่อที่บิดาและมารดาตั้งให้     เพราะเป็นบุตรของตระกูลผู้เป็นหัวหน้าในโกลิตคาม

                      บิดา     ไม่ปรากฏชื่อ      กล่าวเพียงว่าเป็นหัวหน้าในโกลิตคาม

                      มารดา     ชื่อโมคคัลลี     หรือ     มุคคลี     ทั้งคู่เป็นวรรณะพราหมณ์

                      เกิดที่     บ้านโกลิตคาม     ไม่ไกลจากนครราชคฤห์     ก่อนการอุบัติแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย  ( แก่กว่าพระพุทธเจ้า )

.   มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา

                      โกลิตะมีสหายที่รักใคร่สนิทสนมกันมากคนหนึ่งชื่อ    อุปติสสะ     เป็นบุตรของตระกูลผู้เป็นหัวหน้าในอุปติสสคาม     ไปมาหาสู่และเที่ยวด้วยกันเป็นประจำ

                      อยู่มาวันหนึ่ง            สหายทั้งสองนั้นกำลังดูมหรสพบนยอดเขาในกรุงราชคฤห์  เห็นมหาชนมาประชุมกันเพื่อชมมหรสพ       จึงเกิดความคิดขึ้นโดยแยบคาย         ว่าคนเหล่านี้ทั้งหมดภายในร้อยปีเท่านั้นก็จะเข้าสู่ปากของมัจจุราช         จึงทำการตัดสินใจว่า             เราทั้งสองควรแสวงหาโมกธรรมและเมื่อจะแสวงหาโมกขธรรมนั้น            ควรได้บรรพชาสักอย่างหนึ่ง  จึงพากันไปบวชในสำนักของสัญชัยปริพาชก      พร้อมกับมาณพ    ๕๐๐     คน        โกลิตะพร้อมกับสหายเรียนลัทธิของสัญชัยได้ทั้งหมดโดยเวลาไม่นานนัก      ไม่เห็นสาระของลัทธินั้น     รู้สึกเบื่อหน่าย          จึงคิดแสวงหาโมกขธรรมต่อไป           โดยทำกติกากันว่าใครบรรลุอมตธรรมก่อน        จงบอกแก่อีกคนหนึ่ง      อุปติสสปริพาชกได้ฟังธรรมจากพระอัสสชิเถระ       ได้ดวงตาเห็นธรรม       คือบรรลุโสดาปัตติผล        จึงกลับมาบอกโกลิตะผู้เป็นสหายและแสดงธรรมให้ฟังโกลิตะได้ดวงตาเห็นธรรม            คือบรรลุโสดาปัตติผลเช่นเดียวกันจึงพากันไปลาอาจารย์สัญชัยเพื่อไปเฝ้าพระศาสดาพระศาสดาทอดพระเนตรเห็นทั้งสองสหายพร้อมกับบริวารแต่ไกล    ได้ตรัสว่า     

                     นี้จะเป็นคู่สาวกชั้นเลิศของเรา            ทรงแสดงธรรมตามจริยาแห่งบริวารของสหายทั้งสองให้ดำรงอยู่ในพระอรหัตแล้ว          ได้ประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่พวกเขาว่า        เธอทั้งหลายจงเป็นภิกษุมาเถิด       ธรรมอันเรากล่าวไว้ดีแล้ว       เธอทั้งหลาย       จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด

.   การบรรลุธรรม

                     ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ       บวชได้     ๗    วัน        เข้าไปอาศัยบ้านกัลลวาลคามในมคธรัฐ     บำเพ็ญสมณธรรม       ถูกถีนมิทธะ      คือความท้อแท้และความโงกง่วงครอบงำไม่สามารถบำเพ็ญสมณธรรมได้     พระศาสดาได้เสด็จไปโปรดให้สลดใจ    ด้วยพระดำรัสมี    อาทิว่า     โมคคัลลานะ     ความพยายามของเธอ อย่าได้ไร้ผลเสียเลย     แล้วสอนธาตุกรรมฐาน     ให้ท่านพิจารณาร่างกายแยกออกเป็นธาตุ     ๔     คือ   ปฐวี           ธาตุดิน    อาโป     ธาตุน้ำ    เตโช     ธาตุไฟ    วาโย     ธาตุลม            เนื้อและหนังเป็นต้นเป็นธาตุดิน    เลือดเป็นต้นเป็นธาตุน้ำ      ความอบอุ่นในร่างกายเป็นธาตุไฟ       ลมหายใจเป็นต้นเป็นธาตุลม     แต่ละส่วนนี้ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา     และไม่ใช่ตัวตนของเรา      ท่านกำจัดความท้อแท้และความโงกง่วงได้แล้ว       ส่งใจไปตามกระแสเทศนา      ได้บรรลุมรรคทั้ง    ๓     เบื้องบนโดยลำดับแห่งวิปัสสนาแล้ว        ถึงที่สุดแห่งสาวกบารมีญาณในขณะได้บรรลุผลอันเลิศ           คือ  อรหัตผล

.   งานประกาศพระศาสนา

                       พระมหาโมคคัลลานเถระทำงานประกาศพระศาสนาสัมพันธ์เป็นอันดีกับพระสารีบุตรเถระ         ผู้เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา      ดังจะเห็นได้จากพระพุทธดำรัสที่ตรัสว่า

                      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย     สารีบุตรเปรียบเหมือนมารดาผู้ให้กำเนิดแก่บุตร   โมคคัลลานะเปรียบเหมือน       นางนมผู้เลี้ยงทารกที่เกิดแล้ว      สารีบุตรย่อมแนะนำให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล      โมคคัลลานะย่อมแนะนำให้ตั้งอยู่ในคุณที่สูงขึ้นไป  

.   เอตทัคคะ

                       พระมหาโมคคัลลานเถระ        เมื่อสำเร็จพระอรหัตแล้ว         เป็นผู้มีฤทธิ์มาก  สามารถท่องเที่ยวไปยังเทวโลกและในนรกได้     ปราบผู้ร้ายทั้งหลาย        เช่น    นันโทปนันทนาคราชเป็นต้นได้       จึงได้รับการยกย่องจากพระศาสดา      ว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทางเป็นผู้มีฤทิธิ์

บุญญาธิการ

                       ในอดีตกาลนานหนึ่งอสงไขยกับอีกแสนกัป                 ในพุทธุปบาทกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า      อโนมทัสสี       พระมหาโมคคัลลานะบังเกิดในตระกูลคหบดีมหาศาลชื่อสิริวัฒนกุฏุมพี       มีสหายชื่อสรทมาณพ

                       สรทมาณพ     ออกบวชเป็นดาบสได้ทำบุญแล้วปรารถนาตำแหน่งอัครสาวกที่ ๑        ในศาสนาของพระสมณโคดม             และไปชวนสิริวัฒนกุฏุมพีให้ปรารถนาตำแหน่ง     สาวกที่     ๒     สิริวัฒนกุฏุมพีได้ตกลงตามนั้น       แล้วได้ถวายมหาทานแก่พระพุทธเจ้าและพระสาวกเป็นเวลา    ๗    วัน     วันสุดท้ายได้ถวายผ้ามีราคามาก     แล้วปรารถนาตำแหน่งอัครสาวกที่     ๒     เขาได้ทำกุศลกรรมตลอดมา     จนถึงชาติสุดท้าย        เกิดในครรภ์ของนางโมคคัลลีพราหมณี        มีชื่อว่าโมคคัลลานะ        ออกบวชในพระพุทธศาสนาแล้ว     ได้รับตำแหน่งอัครสาวกตามปรารถนาที่ตั้งไว้

ธรรมวาทะ

                  ไฟไม่ได้ตั้งใจเลยว่า     เราจะเผาไหม้คนโง่เขลา     คนโง่เขลาต่างหากเข้าไปหาไฟที่กำลังลุกอยู่แล้วให้ไฟไหม้ตนเอง      ดูก่อนมารผู้ใจบาป       ท่านเข้าไปหาพระพุทธเจ้าแล้วเผาตัวของท่านเอง       เหมือนกับคนโง่ที่ไปจับไฟ        ดูก่อนมารผู้ใจบาป ท่านเข้าไปหาพระพุทธเจ้า      แต่กลับได้บาปกลับมาซ้ำยังเข้าใจผิดว่า     ไม่เห็นจะบาปอะไร  ( บาปแล้วยังโง่อีก )

ปรินิพพาน

                       พระมหาโมคคัลลานเถระ    ปรินิพพานที่ตำบลกาฬศิลา    แคว้นมคธ     ก่อนพระศาสดา     แต่ภายหลังพระสารีบุตร    ๑๕    วัน      พระศาสดาเสด็จไปทำฌาปนกิจแล้วให้นำอัฐิธาตุมาก่อเจดีย์     บรรจุไว้ที่ใกล้ประตูเวฬุวันวิหาร

อนุพุทธประวัติ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37