|
ธรรมศึกษา ชั้นโท
๔.
ประวัติ พระโมคคัลลานเถระ
๑.
สถานะเดิม
พระโมคคัลลานเถระ
ชื่อเดิมว่า โกลิตะ
เป็นชื่อที่บิดาและมารดาตั้งให้
เพราะเป็นบุตรของตระกูลผู้เป็นหัวหน้าในโกลิตคาม
บิดา
ไม่ปรากฏชื่อ กล่าวเพียงว่าเป็นหัวหน้าในโกลิตคาม
มารดา
ชื่อโมคคัลลี หรือ มุคคลี ทั้งคู่เป็นวรรณะพราหมณ์
เกิดที่ บ้านโกลิตคาม ไม่ไกลจากนครราชคฤห์
ก่อนการอุบัติแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย (
แก่กว่าพระพุทธเจ้า )
๒.
มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา
โกลิตะมีสหายที่รักใคร่สนิทสนมกันมากคนหนึ่งชื่อ อุปติสสะ
เป็นบุตรของตระกูลผู้เป็นหัวหน้าในอุปติสสคาม
ไปมาหาสู่และเที่ยวด้วยกันเป็นประจำ
อยู่มาวันหนึ่ง สหายทั้งสองนั้นกำลังดูมหรสพบนยอดเขาในกรุงราชคฤห์
เห็นมหาชนมาประชุมกันเพื่อชมมหรสพ จึงเกิดความคิดขึ้นโดยแยบคาย
ว่าคนเหล่านี้ทั้งหมดภายในร้อยปีเท่านั้นก็จะเข้าสู่ปากของมัจจุราช
จึงทำการตัดสินใจว่า เราทั้งสองควรแสวงหาโมกธรรมและเมื่อจะแสวงหาโมกขธรรมนั้น
ควรได้บรรพชาสักอย่างหนึ่ง
จึงพากันไปบวชในสำนักของสัญชัยปริพาชก พร้อมกับมาณพ ๕๐๐ คน
โกลิตะพร้อมกับสหายเรียนลัทธิของสัญชัยได้ทั้งหมดโดยเวลาไม่นานนัก ไม่เห็นสาระของลัทธินั้น
รู้สึกเบื่อหน่าย จึงคิดแสวงหาโมกขธรรมต่อไป
โดยทำกติกากันว่าใครบรรลุอมตธรรมก่อน
จงบอกแก่อีกคนหนึ่ง
อุปติสสปริพาชกได้ฟังธรรมจากพระอัสสชิเถระ ได้ดวงตาเห็นธรรม คือบรรลุโสดาปัตติผล
จึงกลับมาบอกโกลิตะผู้เป็นสหายและแสดงธรรมให้ฟังโกลิตะได้ดวงตาเห็นธรรม
คือบรรลุโสดาปัตติผลเช่นเดียวกันจึงพากันไปลาอาจารย์สัญชัยเพื่อไปเฝ้าพระศาสดาพระศาสดาทอดพระเนตรเห็นทั้งสองสหายพร้อมกับบริวารแต่ไกล
ได้ตรัสว่า
นี้จะเป็นคู่สาวกชั้นเลิศของเรา ทรงแสดงธรรมตามจริยาแห่งบริวารของสหายทั้งสองให้ดำรงอยู่ในพระอรหัตแล้ว
ได้ประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่พวกเขาว่า
เธอทั้งหลายจงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวไว้ดีแล้ว
เธอทั้งหลาย จงประพฤติพรหมจรรย์
เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด
๓.
การบรรลุธรรม
ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ บวชได้ ๗ วัน เข้าไปอาศัยบ้านกัลลวาลคามในมคธรัฐ
บำเพ็ญสมณธรรม ถูกถีนมิทธะ
คือความท้อแท้และความโงกง่วงครอบงำไม่สามารถบำเพ็ญสมณธรรมได้
พระศาสดาได้เสด็จไปโปรดให้สลดใจ ด้วยพระดำรัสมี อาทิว่า โมคคัลลานะ
ความพยายามของเธอ อย่าได้ไร้ผลเสียเลย แล้วสอนธาตุกรรมฐาน
ให้ท่านพิจารณาร่างกายแยกออกเป็นธาตุ ๔ คือ ปฐวี ธาตุดิน
อาโป ธาตุน้ำ เตโช ธาตุไฟ วาโย ธาตุลม
เนื้อและหนังเป็นต้นเป็นธาตุดิน เลือดเป็นต้นเป็นธาตุน้ำ
ความอบอุ่นในร่างกายเป็นธาตุไฟ ลมหายใจเป็นต้นเป็นธาตุลม
แต่ละส่วนนี้ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา และไม่ใช่ตัวตนของเรา
ท่านกำจัดความท้อแท้และความโงกง่วงได้แล้ว ส่งใจไปตามกระแสเทศนา
ได้บรรลุมรรคทั้ง ๓ เบื้องบนโดยลำดับแห่งวิปัสสนาแล้ว
ถึงที่สุดแห่งสาวกบารมีญาณในขณะได้บรรลุผลอันเลิศ
คือ อรหัตผล
๔.
งานประกาศพระศาสนา
พระมหาโมคคัลลานเถระทำงานประกาศพระศาสนาสัมพันธ์เป็นอันดีกับพระสารีบุตรเถระ
ผู้เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา ดังจะเห็นได้จากพระพุทธดำรัสที่ตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
สารีบุตรเปรียบเหมือนมารดาผู้ให้กำเนิดแก่บุตร โมคคัลลานะเปรียบเหมือน
นางนมผู้เลี้ยงทารกที่เกิดแล้ว
สารีบุตรย่อมแนะนำให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล
โมคคัลลานะย่อมแนะนำให้ตั้งอยู่ในคุณที่สูงขึ้นไป
๕.
เอตทัคคะ
พระมหาโมคคัลลานเถระ เมื่อสำเร็จพระอรหัตแล้ว
เป็นผู้มีฤทธิ์มาก สามารถท่องเที่ยวไปยังเทวโลกและในนรกได้
ปราบผู้ร้ายทั้งหลาย เช่น นันโทปนันทนาคราชเป็นต้นได้
จึงได้รับการยกย่องจากพระศาสดา
ว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทางเป็นผู้มีฤทิธิ์
๖.
บุญญาธิการ
ในอดีตกาลนานหนึ่งอสงไขยกับอีกแสนกัป ในพุทธุปบาทกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า
อโนมทัสสี พระมหาโมคคัลลานะบังเกิดในตระกูลคหบดีมหาศาลชื่อสิริวัฒนกุฏุมพี
มีสหายชื่อสรทมาณพ
สรทมาณพ ออกบวชเป็นดาบสได้ทำบุญแล้วปรารถนาตำแหน่งอัครสาวกที่
๑ ในศาสนาของพระสมณโคดม และไปชวนสิริวัฒนกุฏุมพีให้ปรารถนาตำแหน่ง
สาวกที่ ๒ สิริวัฒนกุฏุมพีได้ตกลงตามนั้น
แล้วได้ถวายมหาทานแก่พระพุทธเจ้าและพระสาวกเป็นเวลา ๗ วัน
วันสุดท้ายได้ถวายผ้ามีราคามาก แล้วปรารถนาตำแหน่งอัครสาวกที่ ๒
เขาได้ทำกุศลกรรมตลอดมา จนถึงชาติสุดท้าย
เกิดในครรภ์ของนางโมคคัลลีพราหมณี มีชื่อว่าโมคคัลลานะ
ออกบวชในพระพุทธศาสนาแล้ว ได้รับตำแหน่งอัครสาวกตามปรารถนาที่ตั้งไว้
๗.
ธรรมวาทะ
ไฟไม่ได้ตั้งใจเลยว่า
เราจะเผาไหม้คนโง่เขลา
คนโง่เขลาต่างหากเข้าไปหาไฟที่กำลังลุกอยู่แล้วให้ไฟไหม้ตนเอง
ดูก่อนมารผู้ใจบาป
ท่านเข้าไปหาพระพุทธเจ้าแล้วเผาตัวของท่านเอง
เหมือนกับคนโง่ที่ไปจับไฟ ดูก่อนมารผู้ใจบาป ท่านเข้าไปหาพระพุทธเจ้า
แต่กลับได้บาปกลับมาซ้ำยังเข้าใจผิดว่า ไม่เห็นจะบาปอะไร
( บาปแล้วยังโง่อีก )
๘.
ปรินิพพาน
พระมหาโมคคัลลานเถระ ปรินิพพานที่ตำบลกาฬศิลา แคว้นมคธ
ก่อนพระศาสดา แต่ภายหลังพระสารีบุตร ๑๕ วัน
พระศาสดาเสด็จไปทำฌาปนกิจแล้วให้นำอัฐิธาตุมาก่อเจดีย์
บรรจุไว้ที่ใกล้ประตูเวฬุวันวิหาร
 |
อนุพุทธประวัติ |
 |
|