ธรรมศึกษา  ชั้นโท

๓๕.   ประวัติ  พระอุปเสนเถระ

.   สถานะเดิม

                      พระอุปเสนเถระ     นามเดิม     อุปเสนมาณพ    หรือ    อุปเสนวังคันตบุตร

                       บิดาชื่อ     วังคันตพราหมณ์

                        มารดาชื่อ     สารีพราหมณี

                      เกิดที่หมู่บ้านนาลันทา      แคว้นมคธ     เป็นคนวรรณะพราหมณ์

ชีวิตก่อนบวช

                      อุปเสนมาณพมีพี่ชาย     ๒     คน     คือ    อุปติสสะและจุนทะ     น้องชาย    ๑ คน      คือ      เรวตะ      น้องสาว      ๓     คน       คือ      นางจาลา     นางอุปจารา        และนางสุปจารา       ครั้นเติบโตแล้วได้ศึกษาไตรเพทตามลัทธิพราหมณ์

.   มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา

                      อุปเสนมาณพก็เหมือนกับพระสาวกโดยมาก      คือ     ได้ฟังกิตติศัพท์ของพระศาสดาจึงเข้าไปเฝ้าฟังพระธรรมเทศนาแล้ว        เกิดศรัทธา       ปรารถนาจะบวชในพระพุทธศาสนา       พระศาสดาทรงบวชให้ตามประสงค์

การบรรลุธรรม

                       ครั้นได้บวชในพระพุทธศาสนาแล้ว      ยังไม่ทันได้พรรษา     คิดว่าจะสร้างพระอริยะให้พระศาสนาให้มากที่สุด    จึงบวชให้กุลบุตรคนหนึ่ง    แล้วพาไปเฝ้าพระศาสดา     ถูกพระศาสดาติเตียนว่าไม่เหมาะสม         เพราะอุปัชฌาย์ก็ยังไม่ได้พรรษา           สิทธิวิหาริกก็ยังไม่ได้พรรษา      ท่านคิดว่าเราอาศัยบริษัทจึงถูกพระศาสดาติเตียน      แต่เราก็จะอาศัยบริษัทนี่แหละทำให้พระศาสดาเลื่อมใส       จึงพากเพียรภาวนา           ในไม่ช้าได้สำเร็จพระอรหัตผลสมาทานธุดงค์และสอนผู้อื่นให้สมาทานด้วย       มีสัทธิวิหาริกและอันเตวาสิกมากมายคราวนี้พระศาสดาทรงสรรเสริญท่าน

.   งานประกาศพระศาสนา

                       พระอุปเสนเถระ     ครั้นบรรลุพระอรหัตผลแล้ว      ได้สมาทานประพฤติธุดงคธรรมทั้งหมด      และสอนผู้อื่นให้สมาทานประพฤติธุดงคธรรมนั้นด้วย           จึงเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของประชาชนทุกชั้นวรรณะ      และพากันบวชในสำนักของท่าน

เอตทัคคะ

                      พระศาสดาทรงอาศัยความที่ท่านเป็นที่เลื่อมใสของคนทุกชั้นวรรณะนั้น        จึงทรงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งอันเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้นำมาซึ่งความเลื่อมใสโดยรอบด้าน

.   ธรรมวาทะ

                      ในที่ชุมชน      ผู้เป็นบัณฑิต      พึงแสดงตนที่ไม่โง่      ที่ไม่ได้เป็นใบ้      เหมือนกับคนโง่และคนเป็นใบ้     ( ในบางครั้ง )    ไม่ควรพูดยืดยาวเกินเวลา   คนที่ไม่เสียใจกับสิ่งที่ผ่านไป      ไม่เพ้อฝันถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง      ดำเนินชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ผู้นั้นท่านเรียกว่า  สันโดษ

ปรินิพพาน

                      พระอุปเสนเถระ      ได้เป็นพระขีณาสพ       อยู่จบพรหมจรรย์       เสร็จกิจส่วนตัวของท่านแล้วได้ทำหน้าที่ของพระสงฆ์       เพื่อประโยชน์      เพื่อความสุขแก่มหาชน    ตามสมควรแก่เวลา       แล้วได้ปรินิพพานดับไปเหมือนกับไฟที่หมดเชื้อ

อนุพุทธประวัติ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37