|
ธรรมศึกษา ชั้นโท
๒๘.
ประวัติ พระปิลินทวัจฉเถระ
๑.
สถานะเดิม
พระปิลินทวัจฉเถระ นามเดิม ปิลินทะ
วัจฉะเป็นชื่อของโคตรต่อมาได้ชื่อว่า ปิลินทวัจฉะ
โดยนำเอาชื่อโคตรไปรวมด้วย
บิดาและมารดาเป็นพราหมณ์ไม่ปรากฏนาม เป็นชาวเมืองสาวัตถี
๒.
ชีวิตก่อนบวช
ก่อนที่จะมาบวชในพระพุทธศาสนา ท่านเป็นผู้ที่มากไปด้วยความสังเวช
( ความสลดใจที่ประกอบกับโอตตัปปะ
) จึงบวชเป็นปริพาชก สำเร็จวิชา
ชื่อว่า จูฬคันธาระ เหาะเหินเดินอากาศได้และรู้ใจของผู้อื่น
มีลาภและยศมาก อาศัยอยู่ในกรุงราชคฤห์
๓.
มูลเหตุของการบวชในพระพุทธศาสนา
เมื่อพระศาสดาของเราทั้งหลายได้ตรัสรู้แล้ว
เสด็จไปประทับในเมืองราชคฤห์อานุภาพแห่งวิชาของเขาก็เสื่อมไป ลาภยศของเขาก็หมดไปด้วย
เขาคิดว่าพระสมณโคดมต้องรู้คันธารวิชาอย่างแน่นอน
จึงไปยังสำนักของพระศาสดาขอเรียนวิชา พระศาสดาตรัสว่า
ท่านต้องบวชในสำนักของเราจึงจะเรียนได้ เขาก็ยอมบวชตามพระพุทธดำรัส
๔.
การบรรลุธรรม
เมื่อท่านบวชแล้ว พระศาสดาทรงแสดงธรรมแก่เขาและได้ประทานกรรมฐานอันสมควรแก่จริยา
เพราะท่านเป็นผู้มีอุปนิสัยที่สมบูรณ์ เริ่มตั้งความเพียรในกรรมฐานไม่นานก็ได้บรรลุพระอรหัตผล
๕.
งานประกาศพระพุทธศาสนา
เพราะผู้ที่ตั้งอยู่ในโอวาทของท่านสมัยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์
ได้ไปเกิดเป็นเทวดามากมาย
เทวดาเหล่านั้นอาศัยความกตัญญู มีความนับถือท่านมาก
เข้าไปหาท่าน ทั้งเช้าเย็น แต่ท่านมักจะมีปัญหากับภิกษุและชาวบ้าน
เพราะท่านชอบใช้วาจาไม่ไพเราะ
ต่อมาพระศาสดาทรงแก้ไขให้ทุกคนเข้าใจ ก็ไม่มีใครถือสา
กลับศรัธาเลื่อมใสยิ่งขี้น
ท่านเป็นพระที่มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ เล่ากันว่า ชายคนหนึ่งถือถาดดีปลีมา
ท่านถามว่าถาดอะไรไอ้ถ่อย ชายคนนั้นโกรธคิดว่าพระอะไรพูดคำหยาบ
จึงตอบไปว่า ถาดขี้หนู พอผ่านท่านไปดีปลีเป็นขี้หนูจริง
ๆ ต่อมามีคนแนะนำเขาว่าให้เดินสวนทางกับท่านใหม่ ถ้าท่านถามอย่างนั้น
จงตอบท่านว่าดีปลี ก็จะกลายเป็นดีปลีดังเดิม
เขาได้ทำตามคำแนะนำปรากฏว่ามูลหนูกลับเป็นดีปลีดังเดิม
๖.
เอตทัคคะ
ก็เพราะเทวดาผู้ตั้งอยู่ในโอวาทของท่านในชาติก่อน แล้วเกิดในสวรรค์เป็นอันมาก
เทวดาเหล่านั้นมีความกตัญญูมีความเคารพนับถือบูชา จึงมาหาท่านทั้งเช้าเย็น
เพราะฉะนั้นพระศาสดาจึงทรงตั้งท่านไว้ในฐานะที่เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดาทั้งหลาย
๗.
ปรินิพพาน
พระพระปิลินทวัจฉเถระ
ครั้นดำรงเบญจขันธ์พอสมควรแก่กาล ก็ได้ปรินิพพานดับไปโดยไม่มีอาลัย
 |
อนุพุทธประวัติ |
 |
|