ธรรมศึกษา  ชั้นโท

๒๔ ประวัติ  พระสุภูติเถระ

สถานะเดิม

                     พระสุภูติเถระ      นามเดิม     สุภูติ      เพราะร่างกายของท่านมีความรุ่งเรือง ( ผุดผ่อง )   อย่างยิ่ง 

                     บิดานามว่า     สุมนเศรษฐี     ชาวเมืองสาวัตถี

                    เกิดที่เมืองสาวัตถี     เป็นคนวรรณะแพศย์

มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา

                     เมื่อพระศาสดาทรงอาศัยเมืองราชคฤห์             เป็นสถานที่ทำการประกาศพระพุทธศาสนา      อนาถบิณฑิกเศรษฐีจากพระนครสาวัตถี ได้มาเยี่ยมราชคหเศรษฐีผู้เป็นสหายที่เมืองราชคฤห์     ได้ทราบข่าวการเสด็จอุบัติแห่งพระศาสดา     จึงเข้าไปเฝ้าที่สีตวันแล้วได้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลพร้อมกับการเข้าเฝ้าเป็นครั้งแรก   จึงได้กราบทูลอาราธนาพระศาสดาเพื่อเสด็จมายังสาวัตถี     ได้สร้างพระเชตวันมหาวิหารถวายเป็นที่ประทับ

                      ในวันฉลองมหาวิหาร  สุภูติกุฎุมพีไปกับอนาถบิณฑิกเศรษฐีฟังธรรมของพระศาสดา     เกิดศรัทธาจึงทูลขอบวช      พระศาสดาจึงบวชให้ตามประสงค์

                      เมื่อเขาได้บวชในพระพุทธศาสนาแล้ว  ได้ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยจนเข้าใจแตกฉาน    ต่อจากนั้นได้เรียนกรรมฐาน  บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่า  เจริญวิปัสสนากรรมฐานทำเมตตาฌานให้เป็นบาท     แล้วได้บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นาน

.    งานประกาศพระพุทธศาสนา

                      พระสุภูติเถระเมื่อสำเร็จพระอรหัตผลแล้ว       ท่านมีปฏิปทาที่พิเศษกว่าผู้อื่น    คือเมื่อแสดงธรรมก็จะไม่ออกไปนอกจากนิยาม     ( กำหนด ) ที่พระศาสดาทรงแสดงไว้  ไม่พูดถึงคุณหรือโทษของใคร     เวลาเที่ยวไปบิณฑบาต    ก่อนจะรับอาหารบิณฑบาต     ท่านจะเข้าเมตตาฌานก่อน     ออกจากฌานแล้วจึงรับอาหารบิณฑบาต     ทำอย่างนี้ทุก  ๆ เรือน   ด้วยตั้งใจว่าทำอย่างนี้ผู้ถวายอาหารบิณฑบาตจะได้ผลบุญมาก  ประกอบร่างกายของท่านสง่างามและผิวพรรณผุดผ่อง      จึงนำมาซึ่งความเลื่อมใสแก่บุคคลเป็นจำนวนมาก

เอตทัคคะ      

                     พระสุภูติเถระ      อยู่อย่างไม่มีกิเลส     แม้แต่การแสดงธรรมก็ไม่พูดถึงคุณหรือโทษของใคร   จะเข้าเมตตาฌานอยู่ตลอดเวลา   แม้ขณะไปเที่ยวบิณฑบาตดังกล่าวแล้ว เพราะอาศัยเหตุการณ์ทั้งสองนี้         พระชินสีห์จึงทรงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้อยู่อย่างไม่มีกิเลสและเป็นพระทักขิไณยบุคคล

.    บุญญาธิการ

                     แม้พระสุภูติเถระนี้         ก็ได้บำเพ็ญบารมีอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมาช้านานในพุทธุปบาทกาลแห่งพระปทุมุตตรศาสดา            ได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติสองอย่างคือ    อรณวิหาร      ( รณ  แปลว่า  กิเลส การอยู่อย่างไม่มีกิเลส  และความเป็นพระทักขิไณยบุคคลจึงเกิดศรัทธาปรารถนาจะเป็นเช่นนั้นบ้าง  จึงได้สร้างบุญกุศลถวายพระทศพลมากมายแล้วได้ตั้งความปรารถนา      พระศาสดาทรงเห็นว่าจะสำเร็จแน่นอน    จึงทรงพยากรณ์ว่า       จะได้ในสมัยของพระพุทธโคดม       ในที่สุดก็ได้สมปรารถนาทุกอย่างดังกล่าวมา

ธรรมวาทะ    

                      ควรพูดแต่สิ่งที่ตนทำได้

                       ไม่ควรพูดสิ่งที่ตนทำไม่ได้

                      ผู้พูดสิ่งที่ตนทำไม่ได้

                      ย่อมถูกผู้รู้เขาดูหมิ่นเอา

ปรินิพพาน     

                     พระสุภูติเถระ     ได้ช่วยพระศาสดาประกาศพระพุทธศาสนาตลอดอายุของท่าน      สุดท้ายได้      ดับขันธปรินิพพาน       เหมือนไฟที่ดับโดยหาเชื้อไม่ได้

อนุพุทธประวัติ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37