ธรรมศึกษา  ชั้นโท

.   ประวัติพระอุรุเวลกัสสปเถระ

.      สถานะเดิม

                  ท่านมีชื่อว่าตามโคตรว่า   กัสสปะ  ต่อมาบวชเป็นฤษี   ตั้งอาศรมอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา     จึงได้นามว่า    อุรุเวลกัสสปะ

                  เกิดที่เมืองพารณาสี      ก่อนพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จอุบัติ           เป็นคนวรรณะพราหมณ์

                   การศึกษา     เรียนจบไตรเพท

.     มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธศาสนา

        อุรุเวลกัสสปะ     มีน้องชาย        คน      คนรองชื่อว่านทีกัสสปะ         เพราะตั้งอาศรมอยู่ที่ทางโค้งแห่งแม่น้ำคงคา    คนเล็ก    ชื่อว่า    คยากัสสปะ  เพราะตั้งอาศรมอยู่ที่ตำบลคยาสีสะ

 

                  พี่น้องทั้ง       ตั้งสำนักสอนไตรเพทแก่คนทั้งหลาย     อุรุเวลกัสสปะ     มีบริวาร     ๕๐๐   คน    นทีกัสสปะมี    ๓๐๐    คน     คยากัสสปะมี    ๒๐๐    คน    ต่อมาตรวจดูสาระประโยชน์ในคัมภีร์ของตน     เห็นเพียงแต่ประโยชน์ในปัจจุบันเท่านั้น    จึงชวนกันออกบวชเป็นฤษี      บำเพ็ญพรตด้วยการบูชาไฟ     ตั้งอาศรมอยู่ตามตำบลต่าง ๆ   ดังกล่าวแล้ว

                 ครั้งนั้น     พระศาสดา    ทรงส่งพระสาวก    ๖๐    รูป    ไปประกาศพระศาสนา    ส่วนพระองค์เองเสด็จไปแคว้นมคธ     เสด็จไปโปรดอุรุเวลกัสสปะ        ทรงขออาศัยพักในสำนักด้วย     อุรุเวลกัสสปะ    ไม่เต็มใจ    จึงบอกให้ไปพักในโรงบูชาไฟ      ซึ่งมีนาคดุร้ายอยู่ในนั้น   พระศาสดาได้เสด็จเข้าไปพักตลอดทั้งคืนโดยไม่มีอันตรายแต่อย่างใด   แต่อุรุเวลกัสสปะก็ยังไม่ยอมรับ ยังมีมานะว่าตนเองเหนือกว่า    พระศาสดาทรงใช้อุบายวิธีหลายอย่างเพื่อพิสูจน์ให้อุรุเวลกัสสปะรู้ตัวว่าไม่ได้เป็นพระอรหันต์  ในที่สุดเขาจึงยอมรับความจริง  ทิ้งลัทธิของตน ลอยบริขารชฎิลลงในแม่น้ำ    ทูลขอบรรพชาอุปสมบทกับพระศาสดา         พร้อมด้วยบริวารทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุด้วยพระวาจาว่า     พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด      ธรรมอันเรากล่าวไว้ดีแล้ว    จงประพฤติพรหมจรรย์     เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด

.      การบรรลุธรรม

                  เมื่ออุรุเวลกัสสปะ พร้อมทั้งบริวาร ลอยบริขารและเครื่องบูชาไปตามสายแม่น้ำ  น้องชายทั้งสองทราบจึงพร้อมด้วยบริวารพากันมาขอบวชในสำนักของพระศาสดา ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุเช่นเดียวกับอุรุเวลกัสสปะกับบริวาร  จึงรวมเป็นภิกษุทั้งสิ้น   ๑๐๐๓  รูป  ทรงพาภิกษุเหล่านั้นไปยังคยาสีสะตำบล    ประทับนั่งบนแผ่นหิน    ทรงให้สมณะทั้งหมดบรรลุพระอรหัตด้วยอาทิตตปริยายเทศนาใจความย่อว่า          ตา     หู    จมูก    ลิ้น    กาย     ใจ  เป็นของร้อนเพราะไฟ  ( กิเลส )     คือ    ราคะ    โทสะ    โมหะ     ความแก่    ความตาย   ความเสียใจ     ความคร่ำครวญ     ความทุกข์    ความโทมนัส    ความคับแค้นใจ

.     งานประกาศพระศาสนา

                  พระอุรุเวลกัสสปเถระเป็นกำลังสำคัญยิ่ง ในการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในแคว้นมคธ  โดยประกาศตนเป็นสาวกของพระศาสดาต่อหน้าชาวมคธที่ติดตามพระเจ้าพิมพิสารมาเฝ้าที่ลัฎฐิวัน     ทำให้คนเหล่านั้นหมดความสงสัย          ตั้งใจฟังพระธรรมเทศนาจนได้ดวงตาเห็นธรรม    ๑๑   ส่วน     อีกหนึ่งส่วนตั้งอยู่ในสรณคมน์     ตั้งแต่นั้นมา  ชาวมคธได้หันมานับถือพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก

.     เอตทัคคะ

               พระอุรุเวลกัสสปเถระ    ได้รับยกย่องจากพระผู้มีพระภาคเจ้าว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย    ผู้มีบริวารมาก

.      บุญญาธิการ

    ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า   ปทุมุตตระ    (  องค์ที่   ๑๓  )     ท่านได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งมีบริวารมาก     จึงสร้างความดีแล้วปรารถนาตำแหน่งเช่นนั้น      พระศาสดาทรงพยากรณ์ว่าจะได้สมปรารถนาในศาสนาของพระสมณโคดม

.     ธรรมวาทะ

                  การบูชายัญ  ล้วนแต่มุ่งหมายรูป  เสียง  กลิ่น  รส และสตรี  ข้าพระพุทธเจ้ารู้ว่า  นั่นเป็นมลทินในขันธ์ทั้งหลาย      จึงไม่ยินดีในการ เซ่นสรวงและการบูชายัญ

.     ปรินิพพาน

                  พระอุรุเวลกัสสปะ ได้เป็นกำลังสำคัญช่วยพระศาสดาประกาศพระศาสนาในแคว้นมคธ     สุดท้ายได้ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ        ดุจดวงประทีปที่โชติช่วงชัชวาลแล้วมอดดับไป

อนุพุทธประวัติ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37