|
ธรรมศึกษา ชั้นโท
๑๓.
ประวัติ พระอุบาลีเถระ
๑.
สถานะเดิม
พระอุบาลีเถระ นามเดิม อุบาลี
หมายความว่าใกล้ชิดกับกษัตริย์ทั้งหลาย
เกิดในครอบครัวช่างกัลบก ของศากยกษัตริย์ในนครกบิลพัสดุ์
อุบาลีนั้น ครั้นเจริญวัยแล้วได้เป็นสหายรักแห่งกษัตริย์ทั้ง ๖
มีเจ้าอนุรุทธะเป็นต้น จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายภูษามาลาประจำพระองค์
๒.
มูลเหตุแห่งการบวชในพระพุทธสาสนา
เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ที่อนุปิยอัมพวันแห่งมัลลกษัตริย์ทั้งหลาย
เมื่อพระโอรสของศากยกษัตริย์ทั้งหลายบวชกันเป็นจำนวนมาก เหล่าพระญาติเห็นศากยะ
๖ พระองค์เหล่านี้ คือ ภัททิยราชา อนุรุทธะ อานันทะ
ภคุ กิมพิละ และเทวทัต ยังไม่ได้ออกบวช
จึงสนทนากันว่า คนอื่นเขาให้ลูก ๆ บวชกัน
คนจากตระกูลเรายังไม่ได้ออกบวชเลย เหมือนกับไม่ใช่ญาติของพระศาสดา
ในที่สุดกษัตริย์ทั้ง ๖
จึงตัดสินพระทัยออกบวช โดยมีนายอุบาลีภูษามาลาตามเสด็จไปด้วย
เมื่อเข้าสู่แว่นแคว้นกษัตริย์อื่นจึงให้นายอุบาลีกลับ
นายอุบาลีกลับมาได้หน่อยหนึ่ง ได้ตัดสินใจบวชบ้าง
แล้วได้ร่วมเดินทางไปกับกษัตริย์ทั้ง ๖ จึงรวมเป็น ๗
คนด้วยกัน เข้าไปเฝ้าพระศาสดาที่อนุปิยอัมพวัน กษัตริย์ทั้ง ๖
ได้กราบทูลว่า ขอพระองค์โปรดบวชให้อุบาลีก่อน
ข้าพระองค์ทั้งหลายจะได้ทำสามีจิกรรม มีการอภิวาทเป็นต้นแก่เขา
วิธีนี้จะทำให้มานะของพวกข้าพระองค์สร่างสิ้นไป
พระศาสดาได้ทรงจัดการบวชให้พวกเขาตามประสงค์
พระอุบาลีเถระนั้น
ครั้นบวชแล้ว เรียนกรรมฐานในสำนักพระศาสดาแล้วกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงทรงอนุญาตให้ข้าพระองค์อยู่ป่าพระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เมื่ออยู่ป่า
ธุระอย่างเดียวเท่านั้นจักเจริญงอกงาม แต่เมื่ออยู่ในสำนักของเรา
ทั้งวิปัสสนาธุระ และคันถธุระจะบริบูรณ์
พระอุบาลีนั้นรับพระดำรัสของพระศาสดาแล้ว กระทำวิปัสสนากรรมฐาน
ไม่นานก็ได้บรรลุพระอรหัต
๓.
งานประกาศพระพุทธศาสนา
พระศาสดาทรงสอนพระวินัยปิฎกทั้งสิ้นแก่พระอุบาลีนั้นด้วยพระองค์เอง
ท่านจึงเป็นผู้ทรงจำ และชำนาญในพระวินัยปิฎก
ครั้นพระศาสดาเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ได้มีการทำสังคายนา
พระธรรมวินัยครั้งแรกโดยมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน
พระสงฆ์ได้เลือกท่านเป็นผู้วิสัชชนา พระวินัยปิฎก
ทำให้พระพุทธศาสนาดำรงมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้
๔.
เอตทัคคะ
พระอุบาลีเถระ
ได้เรียนพระวินัยปิฎกทั้งหมดจากพระโอษฐ์ของพระศาสดาโดยตรง
จึงมีความชำนาญในพระวินัย
เป็นเหตุให้พระศาสดาทรงตั้งท่านไว้ในฐานะที่เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย
ผู้เป็นวินัยธร ( ผู้ทรงพระวินัย )
๕.
บุญญาธิการ
พระอุบาลีเถระนั้น
ได้กระทำบุญญาธิการอันเป็นปัจจัยเกื้อกูลแก่พระนิพพานมานานแสนนาน
จนกระทั่งถึงสมัยแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ
ได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ อันสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ
วันหนึ่งไปฟังธรรมของพระศาสดาได้เห็นพระศาสดาทรงตั้งภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย
ผู้ทรงพระวินัย ศรัทธา เลื่อมใส ปรารถนาฐานันดรนั้น
จึงสร้างสมบุญกุศลตลอดมาหลายพุทธันดร
สุดท้ายได้สมปรารถนาในพระศาสนาของพระสมณโคดม ศาสดาแห่งพุทธศาสนาในปัจจุบันนี้
๖.
ธรรมวาทะ
ยาสำรอกของบุคคลบางพวก เป็นยาถ่ายของบุคคลบางพวก
ยาพิษร้ายของบุคคลบางพวก เป็นยารักษาโรคของบุคคลบางพวก
ใคร ๆ
เห็นผ้ากาสาวพัสดุ์อันเขาทิ้งไว้ที่หนทาง เปื้อนของไม่สะอาด เป็นธงชัยของฤาษี พึงประนมมือไหว้
เพราะพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยธงชัยนั้น
๗.
ปรินิพพาน
พระอุบาลีเถระ
ได้ช่วยพระศาสดาประกาศพระศาสนาในขณะที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่
และหลังจากที่พระองค์ปรินิพพานแล้ว
ก็ได้ร่วมทำสังคายนาครั้งแรกโดยเป็นผู้วิสัชชนาพระวินัย สุดท้ายได้ปรินิพพาน
ดังประทีปที่โชติช่วงชัชวาลเต็มที่แล้วค่อย ๆ
มอดดับไป
 |
อนุพุทธประวัติ |
 |
|